เป็นผู้มีศรัทธาเลื่อมใส. พระโพธิสัตว์ถามว่า เรือนของตระกูลไหน
มีศรัทธา ได้ฟังว่า เรือนของเศรษฐีจึงได้ไปยังประตูเรือนของ
เศรษฐี. ขณะนั้นเศรษฐีไปเฝ้าพระราชาแล้ว ฝ่ายคนทั้งหลายก็ไม่
เห็นพระโพธิสัตว์นั้น. พระโพธิสัตว์จึงได้กลับไป. ลำดับนั้น เศรษฐี
นั้นกำลังออกจากราชสกุลได้เห็นพระโพธิสัตว์นั้น จึงไหว้แล้วรับเอา
ภาชนะภิกษานำไปเรือน นิมนต์ให้นั่งแล้วให้อิ่มหนำสำราญด้วยการ
ล้างเท้า การทาน้ำมัน ข้าวยาคู และของควรเคี้ยวเป็นต้น ใน
ระหว่างภัต ไม่ถามเหตุอะไร ๆ พอพระโพธิสัตว์กระทำภัตตกิจแล้ว
จึงไหว้ ไปนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่งแล้วกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ยาจก
หรือสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติธรรม ชื่อว่า ผู้มายิ่งประตูเรือนของ
ข้าพเจ้าแล้ว ขึ้นชื่อว่าไม่เคยได้สักการะและสัมมานะแล้วไปเสียย่อม
ไม่มี แต่วันนี้ ท่านไม่ได้ที่นั่ง น้ำดื่ม การล้างเท้า หรือข้าวยาคู
และภัตเลยไปแล้ว เพราะเด็ก ๆ ของข้าพเจ้าไม่เห็นท่าน นี้เป็นโทษ
ของข้าพเจ้า ท่านควรอดโทษนั้นแก่ข้าพเจ้า. แล้วกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
ข้าพเจ้าไม่ได้ให้ตั้ง น้ำดื่ม และ
โภชนาหารแก่ท่าน ขอท่านผู้เป็นพรหมจารี
จงอดโทษแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเห็นโทษอยู่
อย่างนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น เต ปีมทายิมฺหา ความว่า
ข้าพเจ้าไม่ได้ให้แม้ตั่งแก่ท่าน.