Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 665

เล่ม มมร. 58 หน้า 665 ข้อ 673
ดูก่อนนางนกกะเรียน ท่านจงอยู่เถิด อย่า ไปเลย. คำที่เป็นคาถานั้นมีใจความว่า บุคคลใด เมื่อคนอื่นกระทำ กรรมอันชั่วร้าย คือกระทำกรรมอันทารุณ มีฆ่าบุตรเป็นต้นของตน เมื่อตนกลับทำตอบซึ่งกรรมอันชั่วร้ายตอบต่อบุคคลนั้นได้ ย่อมรู้สึกว่า เราทำตอบเขาได้แล้ว. เวรนั้นย่อมสงบไปด้วยอาการอย่างนี้ คือ เวร นั้นย่อมสงบคือเข้าไปสงบด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้ เพราะเหตุนั้น นางนกกะเรียนเอ๋ย เจ้าอยู่เถิดอย่าไปเลย. นางนกกะเรียนได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :- มิตรภาพของผู้ที่ถูกทำร้ายกับผู้ที่ทำร้าย ย่อมเชื่อมกันอีกไม่ได้ ใจของข้าพระองค์ไม่ ยอมอนุญาตให้อยู่ ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์จะขอทูลลาไปให้ ได้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น กตสฺส จ กตฺตา จ ความว่า ขึ้นชื่อว่ามิตรภาพของตน ๒ จำพวกนี้ คือ คนผู้ถูกกระทำ ถูกข่มเหง ถูกเบียดเบียน และคนผู้ทำให้แปรปรวนไปโดยความแตกแยกในบัดนี้ ย่อมเชื่อมกันไม่ได้ คือต่อกันไม่ได้อีก. บทว่า หทยํ นานุชานาติ ความว่า เพราะเหตุนั้น ใจของข้าพระองค์จึงไม่อนุญาตการอยู่ในที่นี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka