ศิลา. ขัตติยมาณพและพราหมณมาณพในพื้นชมพูทวีป พากันเรียน
ศิลปะในสำนักของพระโพธิสัตว์นั้นเอง พระโอรสแม้ของพระเจ้า
พาราณสี นามว่า พรหมทัตกุมาร ก็เรียนพระเวททั้ง ๓ ในสำนัก
ของพระโพธิสัตว์นั้น. แต่ตามปกติ พรหมทัตกุมารนั้นได้เป็นผู้
กักขฬะ หยาบช้า ทารุณ. พระโพธิสัตว์รู้ว่าพรหมทัตกุมารนั้นเป็น
ผู้กักขฬะ หยาบช้า ทารุณ ด้วยอำนาจวิชาดูอวัยวะ ได้กล่าวสอนว่า
ดูก่อนพ่อ เธอเป็นผู้กักขฬะ หยาบช้า ทารุณ ความเป็นใหญ่ที่ได้
ด้วยความหยาบช้า ย่อมไม่ดำรงอยู่นาน เมื่อความเป็นใหญ่พินาศไป
คนผู้หยาบช้านั้นย่อมไม่ได้ที่พึ่งเหมือนคนเรือแตกไม่ได้ที่พึ่งพำนักใน
สมุทรฉะนั้น เพราะฉะนั้น เธออย่าได้เป็นผู้เห็นปานนั้น ดังนี้ จึงได้
กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :-
ดูก่อนพรหมทัตกุมาร ความเกษม
สำราญ ๑ ภิกษาหารที่หาได้ง่าย ๑ ความ
เป็นผู้สำราญกายนี้ ๑ ไม่พึงมีตลอดกาล
เป็นนิตย์ เมื่อประโยชน์ของตนสิ้นไป ท่าน
อย่าได้เป็นผู้ล่มจมเลย เหมือนคนเรือแตก
ไม่ได้ที่พึ่งอาศัย จมอยู่ในท่ามกลางทะเล
ฉะนั้น.
บุคคลทำกรรมใด ย่อมเห็นกรรมนั้น