Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 723

เล่ม มมร. 58 หน้า 723 ข้อ 716
ศิลา. ขัตติยมาณพและพราหมณมาณพในพื้นชมพูทวีป พากันเรียน ศิลปะในสำนักของพระโพธิสัตว์นั้นเอง พระโอรสแม้ของพระเจ้า พาราณสี นามว่า พรหมทัตกุมาร ก็เรียนพระเวททั้ง ๓ ในสำนัก ของพระโพธิสัตว์นั้น. แต่ตามปกติ พรหมทัตกุมารนั้นได้เป็นผู้ กักขฬะ หยาบช้า ทารุณ. พระโพธิสัตว์รู้ว่าพรหมทัตกุมารนั้นเป็น ผู้กักขฬะ หยาบช้า ทารุณ ด้วยอำนาจวิชาดูอวัยวะ ได้กล่าวสอนว่า ดูก่อนพ่อ เธอเป็นผู้กักขฬะ หยาบช้า ทารุณ ความเป็นใหญ่ที่ได้ ด้วยความหยาบช้า ย่อมไม่ดำรงอยู่นาน เมื่อความเป็นใหญ่พินาศไป คนผู้หยาบช้านั้นย่อมไม่ได้ที่พึ่งเหมือนคนเรือแตกไม่ได้ที่พึ่งพำนักใน สมุทรฉะนั้น เพราะฉะนั้น เธออย่าได้เป็นผู้เห็นปานนั้น ดังนี้ จึงได้ กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :- ดูก่อนพรหมทัตกุมาร ความเกษม สำราญ ๑ ภิกษาหารที่หาได้ง่าย ๑ ความ เป็นผู้สำราญกายนี้ ๑ ไม่พึงมีตลอดกาล เป็นนิตย์ เมื่อประโยชน์ของตนสิ้นไป ท่าน อย่าได้เป็นผู้ล่มจมเลย เหมือนคนเรือแตก ไม่ได้ที่พึ่งอาศัย จมอยู่ในท่ามกลางทะเล ฉะนั้น. บุคคลทำกรรมใด ย่อมเห็นกรรมนั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka