Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 202

<< | หน้าที่ 202 | >>
{๗๑๕} [๑๗] ปิงคิยะ เราได้สำเร็จโทษกษัตริย์ ๑,๐๐๐ พระองค์

ผู้ประดับพระวรกาย ลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์ที่ต้นไม้ใด

ต้นไม้นั้นมีกิ่งก้านสาขาแผ่ไพศาลคือต้นนี้เอง

ทุกข์นั้นนั่นแหละก็กลับมาสนองเรา

(ต่อมาพรหมทัตตกุมารทรงคร่ำครวญอยู่อย่างนั้น หวนระลึกถึงพระอัครมเหสี จึงกล่าวว่า)

{๗๑๖} [๑๘] พระนางสามาผู้มีพระวรกายลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์

งามระหงดั่งกิ่งไผ่ที่แกว่งไกวไปมา

เราไม่เห็นพระมเหสีจักตาย

การไม่ได้เห็นพระมเหสีของเรานั้น

จักเป็นทุกข์ยิ่งกว่าทุกข์คือความตายนี้

เวนสาขชาดกที่ ๓ จบ


๔. อุรคชาดก (๓๕๔)


ว่าด้วยคนตายเหมือนงูลอกคราบ


(พราหมณ์โพธิสัตว์บอกเหตุแห่งการไม่ร้องไห้แก่ท้าวสักกะว่า)

{๗๑๗} [๑๙] บุตรของข้าพเจ้าละทิ้งร่างกายของตนไป เหมือนงูลอกคราบเก่า

เมื่อร่างกายใช้การไม่ได้ จึงละไปตายไปอย่างนี้

[๒๐] เขาถูกเผาก็ไม่รู้ถึงความคร่ำครวญของหมู่ญาติ

เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่เศร้าโศกถึงเขา

เขาไปแล้วตามคติของเขา

(นางพราหมณีบอกเหตุที่ไม่ร้องไห้แก่ท้าวสักกะว่า)

{๗๑๘} [๒๑] บุตรของข้าพเจ้านี้ ข้าพเจ้าไม่ได้เชิญมาจากโลกอื่น เขาก็มา

ข้าพเจ้ามิได้อนุญาต ก็ไปจากโลกนี้

เขามาอย่างใด เขาก็ไปอย่างนั้น

จะคร่ำครวญไปทำไมเพราะการไปของเขานั้น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka