Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 58 หน้าที่ 728

เล่ม มมร. 58 หน้า 728 ข้อ 716
บัดนี้ คำของอาจารย์เราถึงที่สุดแล้ว. ท้าวเธอเมื่อทรงคร่ำครวญอยู่อย่างนี้แล ทรงหวนระลึกถึง พระอัครมเหสี จึงกล่าว่าคาถาว่า :- พระนางอุพพรีอัครมเหสีของเรา มี พระฉวีวรรณดังทองคำ ลูบไล้ทาตัวด้วย แก่นจันทน์แดง งดงามเจริญตา ยามเมื่อ เยื้องกราย เหมือนกิ่งไม้สิงคุ ยามเมื่อต้อง ลมอ่อน ๆ ไหวสะเทือนอยู่ฉะนั้น เรามิได้ เห็นพระนางอุพพรีแล้ว เพราะตาบอด จัก ตายแน่ การที่เราไม่ได้เห็นพระนางอุพพรีนั้น จักเป็นทุกข์ยิ่งกว่ามรณทุกข์นี้เสียอีก คำที่เป็นคาถานั้นมีความว่า พระนางอุพพรีอัครมเหสีเรา มีพระฉวีวรรณงามดังทองคำ ยามเมื่อกระทำอิตถีวิลาศกิริยาเยื้อง กรายของหญิงย่อมงดงาม เหมือนกิ่งไม้สิงคุที่ชี้ไปตรง ๆ ยามถูกลม อ่อนรำเพยพัดไหวโอนงามอยู่ฉะนั้น. บัดนี้ เราไม่ได้เห็นพระนาง- อุพพรีนั้น เพราะนัยน์ตาทั้งสองข้างแตกไปแล้ว จักต้องตาย การที่ เรามองไม่เห็นพระนางอุพพรีนั้น จักเป็นทุกข์ยิ่งกว่ามรณทุกข์นี้. พระเจ้าพาราณสีนั้นทรงบ่นเพ้ออยู่อย่างนี้ ตายแล้วบังเกิดใน นรก. ปุโรหิตผู้อยากได้ความเป็นใหญ่ไม่อาจทำการต้านทานพระเจ้า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka