เราก่อน แต่เจ้าถูกความหยากเกินไปครอบงำ มีจิตปฏิพันธ์ในโจรที่
เห็นชั่วครู่ เสื่อมจากชายชู้นั้นและจากผัวที่ตระกูลแต่งให้ ว่าโดย
เปรียบเทียบกะเราแล้ว เจ้าเป็นผู้กำพร้ากว่าร้อยเท่าพันเท่า ซบเซา
ร้องไห้ ร่ำไรอยู่.
นางได้ฟังคำของสุนัขจิ้งจอกนั้นแล้ว จึงกล่าวคาถาว่า :-
แน่ะพระยาเนื้อชาติชัมพุกะ ท่านกล่าว
อย่างใด ข้อนี้ก็เป็นอย่างนั้น ฉันไปจากที่นี้
แล้ว จักเป็นหญิงอยู่ในอำนาจของผัวแน่
นอน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นูน เป็นนิบาตใช้ในอรรถว่า
แน่นอน. นางกล่าวว่า ฉันไปจากนี้แล้วได้ผัวใหม่ จักอยู่ในอำนาจ
คือเป็นไปในอำนาจของผัวนั้น โดยแน่นอนทีเดียว.
ลำดับนั้น ท้าวสักกเทวราชครั้นทรงสดับถ้อยคำของนางผู้ทุศีล
ไร้อาจาระจึงตรัสคาถาสุดท้ายว่า :-
ผู้ใดนำภาชนะดินไป แม้ภาชนะสำริด
ผู้นั้นก็จะต้องนำไป บาปที่เจ้าทำไว้นั่นแหละ
เจ้าจะทำอย่างนั้นอีก.
คำที่เป็นคาถานั้น มีความหมายว่า ดูก่อนนางผู้อาจาระ เจ้า
พูดอะไร ผู้ใดนำภาชนะดินไปได้ แม้ภาชนะสำริดชนิดภาชนะทอง