Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 133

เล่ม มมร. 59 หน้า 133 ข้อ 916
คนฉลาด คือเป็นบัณฑิต จึงจะขายในหมู่บ้านช่างเหล็กได้นั้นแหละ. เพราะเหตุไร ? บทว่า อาจริยา ปชานนฺติ กมฺมํ สุกตทุกฺกฏํ ความ ว่า ก็อาจารย์ช่างศิลปประเภทนั้น จึงจะรู้งานที่ทำดีหรือไม่ดีในศิลป ประเภทนั้น ๆ ถ้าหากเรานั้นไปบ้านคฤหบดีทั้งหลาย ผู้ไม่รู้งานของช่าง เหล็ก จักให้เขารู้ได้อย่างไรว่าเราทำเข็มดีหรือไม่ดี ? แต่ในบ้านนี้ ฉันจักให้ช่างทั้งหลายรู้กำลังของฉัน. พระโพธิสัตว์พรรณนากำลังของ ตนด้วยคาถานี้อย่างนี้. บทว่า ตยา จ มํ นิมนฺเตยฺย ความว่า น้องนางเอ๋ย ถ้าบิดาของเธอพึงรู้เข็มเล่มที่ฉันทำนี้ว่า เข็มชนิดนี้ หรือ เล่มนี้เป็นอย่างนี้แล้วไซร้ ท่านคงจะเชิญฉันด้วยตัวเธออย่างนี้ว่า ฉัน จะให้ธิดาคนนี้เป็นบาทบริจาริกาของคุณ ขอจงรับเอานาง ดังนี้ด้วย. บทว่า ยญฺจตฺกญฺํ ฆเร ธนํ ความว่า ทรัพย์อย่างอื่นอันใดที่มี วิญญาณก็ตาม ไม่มีวิญญาณก็ตาม มีอยู่ในเรือน บิดาของเธอคงเชื้อเชิญ ฉันด้วยทรัพย์นั้นด้วย. ปาฐะว่า. ยญฺจสฺสญฺํ บ้าง ดังนี้ก็มี มีความ หมายว่า ทรัพย์อย่างอื่นในเรือนของเขามีอยู่. หัวหน้าช่างเหล็กได้ยินถ้อยคำของคนทั้ง ๒ นั้นแล้ว จึงร้องเรียก ธิดาว่า แม่หนู ๆ แล้วถามว่า หนูเจรจากับใคร ? พ่อ หนูเจรจากับชายคนหนึ่งที่ขายเข็ม ธิดาตอบ. ลูกจงเรียกเขามาหาพ่อ พ่อสั่ง นางจึงไปเรียก พระโพธิสัตว์นั้น จึงเข้าไปในบ้าน ไหว้หัวหน้าช่างเหล็กแล้วได้ยืนอยู่. ลำดับนั้น หัวหน้า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka