Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 140

เล่ม มมร. 59 หน้า 140 ข้อ 922
นักเลงทั้งหลายจึงให้ค่าอาหารให้ไปนำข้าวมา ๑ ถาด. หญิงชรา รับเอาค่าอาหารนั้น จัดชื้อข้าว เทให้เต็มรางหมูที่วางไว้ใกล้ประตูแล้ว ได้ยืนอยู่ใกล้ ๆ ราง. นักเลงประมาณ ๓. คน มีบ่วงในมือ ได้ยืน อยู่ ณ ที่นั้นนั่นเอง. หญิงชราได้ให้เสียงร้องเรียกหมูว่า ลูกจุลตุณ- ฑิละมาโว้ย. มหาตุณฑิละได้ยินเพียงนั้นแล้วรู้แล้วว่า ตลอดเวลา ประมาณเท่านี้ แม่เราไม่เคยให้เสียงแก่จุลตุณฑิละ ส่งเสียงถึงเราก่อน ทั้งนั้น วันนี้คงจักมีภัยเกิดขึ้นแก่พวกเราแน่แท้. มหาตุณฑิละ จึง เรียกจุลตุณฑิละมาแล้วบอกว่า น้องเอ๋ย แม่ของเราเรียกเจ้า เจ้าลงไป ให้รู้เรื่องก่อน. จุลตุณฑิละ. ก็ออกจากกอไม้ไปเห็นว่านักเลงเหล่านั้น ยืนอยู่ใกล้รางข้าวก็รู้ว่า วันนี้ความตายจะเกิดขึ้นแก่เราแล้ว ถูกมรณภัย คุกคามอยู่ จึงหันกลับตัวสั่นไปหาพี่ชายไม่อาจจะยืนอยู่ได้ตัวสั่นหมุนไป รอบ ๆ. มหาตุณฑิละเห็นเขาแล้วจึงถามว่า น้องเอ๋ย ก็วันนี้เจ้าสั่นเทา ไป เห็นสถานที่เป็นที่เข้าไปแล้ว เจ้าทำอะไรนั่น. มันเมื่อจะบอกเหตุ ที่ตนได้เห็นมา จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า:- บัดนี้ วันนี้แม่เราให้อาหารสำหรับขุนใหม่ รางอาหารนี้เต็ม นายแม่ยืนใกล้รางอาหาร คน หลายคนมีมือถือบ่วง อาหารนั้นไม่แจ่มชัด สำหรับฉัน เพื่อกินอาหาร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka