จึงเสด็จลุกจากราชอาสน์ ประทับยืนที่ช่องพระแกล เมื่อทรงเจรจากับ
ด้วยท้าวสักกะนั้นว่า ดูก่อนมาณพ เธอเป็นผู้มีรูปร่างงาม แต่เหตุไฉน
จึงยืนถือบาตรและจีวรของสมณะผู้มีรูปร่างขี้เหร่พลางนมัสการอยู่ดังนี้
ได้ตรัสคาถาที่ ๑ ว่า :-
เธอผู้มีรูปร่างงาม แต่ให้สมณะรูปร่างขี้เหร่
อยู่ข้างหน้า ประคองอัญชลีนมัสการ สมณะ
รูปนั้นคือว่าเธอหรือเสมอกันกับเธอ ขอจง
บอกทั้งข้อของคนทั้งชื่อของผู้อื่น คือสมณะ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อริยวณฺณี ได้แก่ รูปร่างสวยงาม.
บทว่า เสยฺโย นุ เต โส ความว่า บรรพชิตรูปร่างขี้เหร่รูปนั้นดียิ่ง
กว่าเธอหรือเสมอกับเธอ. บทว่า ปรสฺสตฺตโน จ ความว่า พระราชา
ตรัสถามว่า เธอจงบอกชื่อของผู้อื่นนั้นและของตนเถิด.
ลำดับนั้น ท้าวสักกเทวราชจึงตรัสกะพระราชานั้นว่า ข้าแต่
มหาราช ขึ้นชื่อว่าสมณะทั้งหลายย่อมเป็นผู้ควรเคารพ เพราะเหตุนั้น
ข้าพเจ้าจึงไม่ได้เพื่อเรียกชื่อของท่าน แต่ข้าพเจ้าจักบอกชื่อข้าพเจ้าแก่
ท่าน แล้วตรัสคาถาที่ ๒ ว่า.
ข้าแต่มหาราช ทวยเทพอุปัตติเทพ จะ
มีเอ่ยชื่อและโคตรของเทพทั้งหลาย ผู้พร้อม