เพียงนิบาต. บทว่า ภูตปติมทฺทสํ ความว่า ข้าพระองค์ได้เห็นพระผู้
เป็นเจ้า.
ท้าวสักกะทรงสดับคำนั้นแล้ว เมื่อจะทรงสดุดีบัณฑิต จึงตรัส
คาถาที่ ๖ ว่า:-
ควรคบหาผู้มีปัญญา เป็นพหูสูต คิดถึง
เหตุการณ์มากมายโดยแน่แท้แล ดูก่อนพระ-
ราชา พระองค์เห็นภิกษุและหม่อมฉันแล้ว จง
ทรงทำบุญหาน้อยไม่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า านจินฺติตา ความว่า ผู้สามารถ
คิดถึงเหตุการณ์ได้มากมาย.
พระราชา ทรงสดับเทวดำรัสนั้นแล้ว จึงตรัสคาถาสุดท้ายว่า :-
ผู้ไม่มักโกรธ มีจิตเลื่อมใสเนืองนิตย์
เป็นผู้ควรแก่การขอของแขกทุกคน ข้าแต่
จอมเทพ ข้าพระองค์สะดับสุภาษิตแล้ว จัก
ทำลายมานะ กราบไหว้ท่านผู้นั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สพฺพาติถียาจโยโค ความว่า
บรรดาแขกทั้งหลายคืออาคันตุกะทั้งหลายที่มาแล้วทั้งหมด คนเหล่านั้น