ก็แหละพระมหาสัตว์ ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว จึงถามว่า พราหมณ์
มีไหมข้าวตูในไถ้ของท่านนั้น ?
พ. มี ท่านบัณฑิต
ม. วันนี้ เวลาอาหารเช้า ท่านนั่งกินข้าวตูละสิ ?
พ. ใช่ ท่านบัณฑิต
ม. นั่ง ที่ไหนล่ะ ?
พ. ที่ควงไม้ ในป่า
ม. ท่านกินข้าวตูแล้ว เมื่อไปดื่มน้ำ ไม่ได้ผูกปากไถ้ล่ะสิ ?
พ. ไม่ได้ผูก ท่านบัณฑิต
ม. ท่านดื่มน้ำแล้วมา ไม่ได้ตรวจดูได้ผูกเลยสิ ?
พ. ไม่ได้ดู ผูกเลย ท่านบัณฑิต
ม. พราหมณ์ เราเข้าใจว่า ในเวลาท่านไปดื่มน้ำ งูเข้าไป
ในไถ้แล้ว เพราะได้กลิ่นข้าวตูของท่าน ผู้ไม่รู้ตัวเลย. ท่านได้มาที่นี้
อย่างนี้แล้ว เพราะฉะนั้น ให้ยกไถ้ลงวางไว้ท่ามกลางบริษัท แก้ปาก
ไถ้ออก แล้วเลี่ยงไปยืนอยู่ห่างพอควร ถือไม้ท่อนหนึ่งเคาะไถ้ก่อน
ต่อจากนั้น ก็จักเห็นงูเห่าหม้อ แผ่แม่เบี้ย เห่าฟ่อ ๆ เลื้อยออกมา
แล้วหายสงสัย ดังนี้ แล้วจึงกล่าวคาถาที่ ๔ ว่า:-