ในเวลางูแผ่แม่เบี้ยออกมา คำพยากรณ์ของพระมหาสัตว์ได้เป็น
เหมือนคำพยากรณ์ของพระสัพพัญญูพุทธเจ้า. มหาชนพากันชูผ้าขึ้น
เป็นจำนวนพัน. ยกนิ้วขึ้นดีดหมุนไปรอบ ๆ เป็นพัน ๆ ครั้ง. ฝนแก้ว
๗ ประการตกลงมา เหมือนลูกเห็บตก. สาธุการก็เป็นไปเป็นจำนวน
พัน ๆ. เสียงดังปานประหนึ่งมหาปฐพีจะถล่มทะลาย. ก็ธรรมดาการแก้
ปัญหาแบบนี้ด้วยพุทธลีลานี้ ไม่ใช่เป็นพลังของชาติ ไม่ใช่เป็นพลัง
ของโคตร ของตระกูล ของประเทศ ของยศและของทรัพย์ทั้งหลาย
แต่เป็นพลังของอะไรหรือ เป็นพลังของปัญญา. ด้วยว่าบุคคลผู้มีปัญญา
เจริญวิปัสสนา แล้วจะเปิดประตูอริยมรรคเข้าอมตมหานิพพานได้ ทะลุ
ทะลวงสาวกบารมีบ้าง ปัจเจกโพธิญาณบ้าง สัมมาสัมโพธิญาณบ้าง.
เพราะว่าบรรดาธรรมทั้งหลายที่จะให้บรรลุอมตมหานิพพาน ปัญญา
เท่านั้นประเสริฐที่สุด ธรรมทั้งหลายที่เหลือเป็นเพียงบริวารของปัญญา.
เพราะเหตุนั้น พระองค์จึงตรัสไว้ว่า :-
ผู้ฉลาดทั้งหลายกล่าวว่า ปัญญาแล
ประเสริฐที่สุด เหมือนดวงจันทร์ประเสริฐกว่า
ดวงดาวทั้งหลาย ฉะนั้น ศีลก็ดี แม้สิริก็ดี
ธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายก็ดี เป็นสิ่งคล้อย
ตามผู้มีปัญญา.