ความพินาศมาให้อย่างเดียว. บทว่า สกุณานํว เจกโต ความว่า
อุปมาเสมือนหนึ่งว่า บรรดานกกระทาทั้งหลาย นกกระทำที่เป็นนกต่อ
ขันทั้งวัน ก็ไม่ทำให้นกชนิดอื่นตาย ทำให้พวกพ้องของตนเท่านั้น
แหละตาย ฉันใด คนโง่ก็ไม่มีประโยชน์แก่หมู่คณะเหล่านั้นเลย อธิ-
บายว่า ฉันนั้นเหมือนกัน. บทว่า หิโต ภวติ ความว่า ธีรชน เป็น
ผู้ทำประโยชน์เกื้อกูลแก่เหล่าญาตินั่นเอง ด้วยกายบ้าง ด้วยวาจาบ้าง.
บทว่า อุภินฺนมตฺถํ จรติ ความว่า คนในโลกนี้ ผู้ที่มองเห็นคุณ-
ธรรมเหล่านั้นมีศีลเป็นต้นในตนรู้ว่า อาจาระและศีลของเราก็มี ปัญญา
ก็มี การศึกษาเล่าเรียนก็มี ทราบตามความจริงแล้วบริหารหมู่คณะ
ชื่อว่าประพฤติประโยชน์ถ่ายเดียวแก่คนทั้ง ๒ ฝ่าย คือทั้งแก่ตนและผู้
อื่น ได้แก่เหล่าญาติผู้เที่ยวห้อมล้อมตน. บทว่า ตุเลยฺยมตฺตานํ ตัด
บทเป็น ตุเลยฺย อตฺตานํ คือชั่งใจดูตัวเองแล้ว. บทว่า ตุเลยฺย
ได้แก่ ตุเลตฺวา คือชั่งใจดูตัวเองแล้ว. บทว่า สีลํ ปญฺํ สุตํปิว ความว่า
พิจารณาดูคุณธรรมทั้งหลาย มีศีลเป็นต้นในตนอยู่ ชื่อว่าประพฤติ
ประโยชน์แก่คนทั้ง ๒ ฝ่าย ฉะนั้น ธีรชนควรชั่งใจดูตนเอง เหมือน
บัณฑิตชั่งใจดูคุณธรรมมีศีลเป็นต้นเหล่านั้น คือ พิจารณาดูว่าเราดำรง
อยู่แล้วในศีล ในปัญญา ในสุตะหรือไม่ ? ทำความที่ตนดำรงอยู่ใน
คุณธรรมเหล่านั้นให้ประจักษ์แล้ว จึงบริหารหมู่คณะบ้าง อยู่คนเดียว