Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 335

เล่ม มมร. 59 หน้า 335 ข้อ 1056
สักเวลาหนึ่งภัยจักเกิดขึ้นแก่พวกเรา เพราะอาศัยผลไม้ต้นนี้ที่หล่นลง ในน้ำ แล้วจึงให้ฝูงกระบี่กินผลของกิ่งบนยอดที่ทอดไปเหนือน้ำด้วย ไม่ให้เหลือแม้แต่ผลเดียว ตั้งแต่เวลาผลเท่าแมลงหวี่ ในเวลาออกช่อ. แม้เมื่อเป็นเช่นนั้น ผลสุกผลหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในรังมดแดง ฝูงวานร แปดหมื่นตัวมองไม่เห็น หล่นลงไปในน้ำ ติดที่ข่ายด้านบน ของพระ- เจ้าพาราณสี ผู้ทรงให้ขึงไว้ทั้งด้านบนและด้านล่าง แล้วทรงกีฬาน้ำ. ในเวลาที่พระราชาทรงเล่นตอนกลางวันแล้วตอนเย็นเสด็จกลับ พวก ชาวประมงพากันกู้ข่าย เห็นผลไม้สุกผลนั้น แล้วไม่รู้ว่าผลไม้นี้มีชื่อ โน้น จึงนำไปถวายพระราชาให้ทอดพระเนตร. พระราชาตรัสถามว่า นี่ผลอะไรกัน ? ชาวประมง ข้าพระพุทธเจ้าไม่ทราบ พระพุทธเจ้าข้า. พระราชา ใครจักทราบ ? ชาวประมง พรานไพร พระพุทธเจ้าข้า. พระราชารับสั่งให้เรียกพรานไพรมา ตรัสถามแล้ว ก็ทรงทราบ ว่า เป็นผลมะม่วงสุก แล้วทรงใช้พระแสงกริชเฉือน ให้พรานไพร รับประทานก่อน ภายหลังก็เสวยด้วยพระองค์เอง. พระราชทานให้พระ- สนมบ้าง อำมาตย์บ้างรับประทานกัน. รสของผลมะม่วงสุก แผ่ซาบซ่าน ไปทั่วพระสรีระทั้งสิ้นของพระราชา. พระราชานั้นทรงติดพระทัยใน ความยินดีชอบใจในรส ได้ตรัสถามพวกพรานไพรถึงที่อยู่ของต้นไม้นั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka