Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 338

เล่ม มมร. 59 หน้า 338 ข้อ 1056
ทรงบรรทมพลางดำริว่า วานรตัวนี้เป็นสัตว์เดียรฉาน ได้ทำความสวัสดี แก่บริษัททีเดียว โดยมิได้คำนึงถึงชีวิตของตน. เมื่อสว่างแล้วพระองค์ ทรงพอพระทัยต่อพระมหาสัตว์ ทรงดำริว่า เราไม่ควรให้ขุนกระบี่นี้ พินาศไป เราจักให้เอาขุนกระบี่นั้นลงมาปฏิบัติรักษา แล้วได้รับสั่งให้ จอดเรือขนานไว้ภายในแม่น้ำคงคา ทรงให้ผูกกรงไว้บนนั้นแล้วให้ค่อย ยกขุนกระบี่ลงมา แล้วรับสั่งให้คลุมผ้ากาสาวพัสตร์บนหลัง ให้อาบน้ำ ในแม่น้ำคงคา ให้ดื่มน้ำอ้อย ให้เอาน้ำมันที่เจียวแล้วพันครั้ง ชะโลม บนหลัง ให้ปูหนังแพะบนที่นอนแล้ว. ทรงให้ขุนกระบี่นั้นนอนบนที่ นอนนั้น พระองค์เองประทับนั่งบนอาสนะต่ำ ได้ตรัสคาถาที่ ๑ ว่า :- ดูก่อนขุนกระบี่ ท่านได้ทอดตัวเป็น สะพานให้เหล่าวานรข้ามไปโดยสวัสดี ท่าน เป็นอะไรกับวานรเหล่านั้น และวานรเหล่านั้น เป็นอะไรกับท่าน ? คาถานั้นมีเนื้อความว่า ดูก่อนขุนกระบี่ผู้เจริญท่านทำตนให้เป็น สะพานคอยกตนให้เป็นคาน แล้วสละชีพให้ฝูงวานรเหล่านี้ข้ามไปโดย สวัสดี คือให้ข้ามไปโดยเกษม. ท่านได้เป็นอะไรกับพวกเขาหรือพวก เขาเหล่านี้ ได้เป็นอะไรกับท่าน หรือวานรเหล่านี้ เป็นอะไรกับเรา. พระโพธิสัตว์ได้สดับคำนั้นแล้ว เมื่อจะตักเตือนเพราะราชา จึง กล่าวคาถาที่เหลือว่า :-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka