Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 349

เล่ม มมร. 59 หน้า 349 ข้อ 1064
รำลึกอยู่ว่า บัดนี้ เราทำลายกระท่อมคือท้องของมารดาแล้ว. การปฏิสนธิ ในภพทั้ง ๓ เราตัดขาดแล้ว. ส้วมแหล่งอุจจาระ คือสงสารเราล้างแล้ว. ทะเลน้ำตาเราวิดแห้งแล้ว. กำแพงกระดูกเราพังแล้ว. เราจะไม่มีการ ปฏิสนธิอีกดังนี้ ได้ทรงแต่งองค์ด้วยเครื่องประดับทั้งหมดประทับยืนอยู่ แล้ว. จึงอำมาตย์ทั้งหลายได้ทูลพระองค์ว่า ข้าแต่มหาราช พระองค์ เสด็จประทับยืนนานเกินไปแล้ว. รา. เราไม่ใช่พระราชา แต่เราเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า. อำ. ข้าแต่สมมติเทพ ธรรมดา พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย จะไม่เป็นเช่นกับด้วยพระองค์. รา. ถ้าเช่นนั้นเป็นอย่างไร ? อำ. โกนผมโกนหนวด ปกปิดร่างกายด้วยผ้ากากาวพัสตร์มี ส่วนเปรียบเทียบด้วยดวงจันทร์ที่พ้นจากปากพระราหู พำนักอยู่ที่เงื้อม นันทมูลในป่าหิมพานต์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นเช่นนี้. ในขณะนั้น พระราชาทรงยกพระหัตถ์ขึ้นลูบพระเกษา. ในทัน ทีนั้นเอง เพศคฤหัสถ์ก็อันตรธานไป เพศสมณะก็ปรากฏขึ้น สมณ- บริขารทั้งหลายที่พระองค์ตรัสถึงอย่างนี้ว่า :- ไตรจีวร บาตร มีดโกน เข็ม รัดประคตพร้อมด้วยกระบอก กรองน้ำ ๘ อย่างเหล่านี้ เป็นบริขารของภิกษุผู้ประกอบความเพียร
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka