อาตมภาพถูกไฟ คือความโศกแผดเผา
แล้วหนอ. มหาบพิตรทรงช่วยดับความร้อนรน
ทุกอย่างให้หายไป เหมือนเอาน้ำดับไฟที่ไหม้
เปรียงก็ปานกัน มหาบพิตร ได้ทรงถอนลูกศร
คือความโศก อันปักอยู่ที่หัวอกของอาตมภาพ
ออกไปแล้ว เมื่ออาตมภาพถูกความโศก
ครอบงำ มหาบพิตรได้ทรงบรรเทาความโศก
ถึงบุตรนั้นเสียได้ ข้าแต่ท้าวสักกะ อาตมภาพ
นั้นเป็นผู้มีลูกศรคือความโศก อันมหาบพิตร
ทรงถอนออกแล้ว หายโศกแล้ว. ใจก็ไม่ขุ่น
มัว ทั้งจะไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้ต่อไป เพราะ
ได้ฟังเทพดำรัสของมหาบพิตรแล้ว.
ท้าวสักกะครั้นทรงโอวาทดาบสอย่างนี้แล้ว ได้เสด็จไปสู่ที่ประ-
ทับของพระองค์นั่นเอง.
พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาประกาศสัจธรรมทั้ง
๔ แล้ว ทรงประชุมชาดกไว้ว่า ลูกช้างในครั้งนั้น ได้แก่สามเณรใน
บัดนี้ ดาบส ได้แก่หลวงตา ส่วนท้าวสักกะ ได้แก่เราตถาคต ฉะนั้นแล.
จบ อรรถกถาโสมทัตตชาดกที่ ๕