Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 275

<< | หน้าที่ 275 | >>
(ท้าวสักกะตรัสกับดาบสว่า)

{๑๐๗๔} [๑๐๗] การที่ท่านบวชเป็นสมณะพ้นจากการครองเรือนไปแล้ว

ยังมัวเศร้าโศกถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ไม่เป็นการดีเลย

(ดาบสกล่าวกับท้าวสักกะว่า)

{๑๐๗๕} [๑๐๘] ท้าวสักกะ เพราะการอยู่ร่วมกันแล

ความรักจึงเกิดในหทัยของมนุษย์หรือของเนื้อ

อาตมาจึงไม่สามารถที่จะไม่เศร้าโศกถึงลูกเนื้อนั้นได้

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

{๑๐๗๖} [๑๐๙] ชนเหล่าใดร้องไห้ บ่นเพ้อ รำพัน

ถึงคนที่ตายแล้วและคนที่จะตาย

สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวการร้องไห้ว่าเปล่าประโยชน์

ท่านฤๅษี เพราะฉะนั้น ท่านอย่าร้องไห้ไปเลย

{๑๐๗๗} [๑๑๐] พราหมณ์ สัตว์ที่ตายละโลกนี้ไปแล้ว

จะพึงลุกขึ้นได้เพราะการร้องไห้

เราทุกคนก็คงมาประชุมกันร้องไห้ถึงหมู่ญาติของกันและกัน

(ดาบสกล่าวสดุดีท้าวสักกะว่า)

{๑๐๗๘} [๑๑๑] พระองค์ช่วยระงับอาตมาผู้เร่าร้อนให้สงบ

ดับความกระวนกระวายทั้งหมดได้

เหมือนคนเอาน้ำราดดับไฟที่ติดเปรียง

[๑๑๒] พระองค์ได้บรรเทาความเศร้าโศกถึงบุตรของอาตมา

ผู้กำลังเศร้าโศก ชื่อว่าได้ช่วยถอนลูกศรคือความเศร้าโศก

ซึ่งเสียบหัวใจของอาตมาขึ้นได้แล้วหนอ

[๑๑๓] ท้าววาสวะ อาตมาซึ่งพระองค์ช่วยถอนลูกศร

คือความเศร้าโศกขึ้นได้แล้วเป็นผู้ปราศจากความเศร้าโศก

ไม่มีความขุ่นมัว จึงไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้

เพราะได้ฟังคำของพระองค์

โสมทัตตชาดกที่ ๕ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka