Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 388

เล่ม มมร. 59 หน้า 388 ข้อ 1085
เพราะทรงกลัวว่า เราตั้งใจว่าจะทำการมัดพระทัยพระราชาไว้ แต่กลาย เป็นทำการสละไปเสีย จึงทรงดำริว่า เราจักสรรเสริญพระฉวีวรรณ แห่งพระสรีระ เพื่อต้องการไม่ให้พระราชาพระองค์นี้เสด็จออกผนวช จึงได้ตรัสพระคาถา ๒ คาถาว่า :- ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ผมหงอกของ หม่อมฉันเอง ไม่ใช่ของพระองค์ ผมหงอก งอกขึ้นบนศีรษะ บนกระหม่อมของหม่อมฉัน เอง หม่อมฉันได้ทูลคำเท็จ โดยตั้งใจว่า จัก ทำประโยชน์ให้ตน ขอพระองค์ทรงโปรด พระราชทานอภัยโทษหม่อมฉันสักครั้งหนึ่งเถิด เพคะ ข้าแต่มหาราช พระองค์ยังทรงหนุ่ม มี พระโฉมน่าทัศนา ยังทรงอยู่ในปฐมวัยเหมือน ตองกล้วยแรกผลิฉะนั้น ข้าแต่พระทูลกระ- หม่อมจอมคน ขอพระองค์ทรงเสวยราชสมบัติ ทรงดูแลหม่อมฉันเถิด และอย่าทรงทะยานไป สู่การประพฤติพรหมจรรย์ที่ให้ผลตามกาลเวลา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มเมว สีสํ ความว่า พระราชินี ทรงแสดงว่า ผมหงอกงอกขึ้นบนศีรษะของหม่อมฉันเอง. คำว่า อุตฺต-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka