Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 390

เล่ม มมร. 59 หน้า 390 ข้อ 1085
ก็ต้องเปลี่ยนเป็นสีขาวเหมือนใยป่านไปหมด. จริงอยู่ เมื่อวัยของกุมาร ทั้งหลายที่เช่นกับพวงดอกไม้ มีดอกอุบลเขียวเป็นต้น และของขัตติย- กัญญาเป็นต้น ผู้เปรียบปานกับด้วยรูปทอง อุดมสมบูรณ์ด้วยความ หนุ่มสาวและความสง่างาม มีความเปลี่ยนแปลงเป็นที่สุด ได้เปลี่ยน แปลงไปแล้ว เราจะเห็นทั้งสิ่งที่น่าตำหนิทั้งความชำรุดแห่งสรีระของ คนทั้งหลาย ผู้ถึงความชราแล้ว ดูก่อนนางผู้เจริญ ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ โลกของสัตว์ผู้มีชีวิตนั้น ก็มีความวิบัติเป็นจุดจบ ดังนี้แล้ว เมื่อทรง แสดงธรรมด้วยพุทธลีลาในเบื้องสูง จึงได้กล่าวคาถาทั้ง ๒ ว่า :- เราเห็นกุมารีรุ่นสาว ผู้มีรูปร่างสวยงาม มีผิวพรรณเกลี้ยงเกลา มีทรวดทรงเฉิดฉาย อ่อนละมุนละไมเหมือนเถากาลวัลลี ต้องลม โชย เอนตัวเข้าใกล้ชายเหมือนยั่วยวนชายอยู่ ฉะนั้น ต่อมาเราได้เห็นนารีคนนั้น มีความชรา มีอายุล่วงไป ๘๐ ปี ๙๐ ปี ถือไม้เท้าสั่นงกงัน มีร่างกายโค้งค้อมลงเหมือนกลอนเรือนเดินไป. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โว เป็นเพียงนิบาต. บทว่า สา- มฏฺปสฺสํ ความว่า มีต้นแขนเกลี้ยงเกลา อีกอย่างหนึ่ง ปาฐะก็เป็น สมฏฺปสฺสํ นั่นแหละ. อธิบายว่า มีผิวพรรณเกลี้ยงเกลาที่ต้นแขน ทั้งหมด. บทว่า สุตนุํ ได้แก่ มีรูปร่างสวยงาม. บทว่า สุมชฺฌํ ได้แก่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka