Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 398

เล่ม มมร. 59 หน้า 398 ข้อ 1092
เราได้เอาพญานาคยาวตั้งพันวามาแล้ว ท่านทรงพญานาคนั้น และเราอยู่ได้ไม่สั่น สะท้าน. ดูก่อนโกฏสิมพลีเทพบุตร ก็เพราะ เหตุอะไร ? ท่านเมื่อทรงนกตัวเล็ก ๆ นี้ ที่มีเนื้อ น้อยกว่าเรา จึงกลัวตัวสั่นสะท้านไป. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทสสตพยามํ ความว่า ยาวพันวา บทว่า อุรคมาทาย อาคโต ความว่า เราเอางูตัวใหญ่มา ณ ที่นี้อย่างนี้. บทว่า ตญฺจ มญฺจ ความว่า ทั้งงูตัวใหญ่ทั้งฉัน. บทว่า ธารยํ ได้แก่ ธารยมาโพ คือทรงไว้อยู่. บทว่า พฺยถสิ ความว่า สั่นเทิ้ม อยู่. บทว่า กิมตฺถํ ความว่า พญาครุฑถามว่า ประโยชน์อะไร คือเพราะเหตุอะไร ? พญาครุฑเรียกเทพบุตรตามนามของต้นไม้ว่า โกฏสิมพลี. เพราะว่าต้นสิมพลี คือต้นงิ้วต้นนั้น ได้ชื่อว่า โกฏสิมพลี เพราะมีลำต้นและกิ่งก้านใหญ่ แม้เทพบุตรผู้สิงอยู่บนต้นโกฏสิมพลีนั้น ก็ได้ชื่ออย่างนั้นเหมือนกัน. ลำดับนั้น เทพบุตรเมื่อจะกล่าวถึงเหตุแห่งการสั่นสะท้านนั้น จึงได้กล่าวคาถา ๔ คาถาว่า :- ดูก่อนพญาครุฑ ท่านมีเนื้อเป็นภัก- ษาหาร นกตัวนี้มีผลไม้เป็นภักษาหาร นกตัวนี้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka