ด้วยอานุภาพของท้าวสักกเทวราช บันดาลให้ลูกสะใภ้ ระลึก
ถึงคุณของมารดา เขาพากันถามตนในบ้านว่า มารดาของเราไปไหน ?
ครั้นได้ทราบว่าเดินทางไปป่าช้า จึงพากันเดินทางไปป่าช้า พลาง
รำพรรณไปว่า แม่ แม่ พอเห็นมารดาก็หมอบลงที่เท้ากล่าวขอ
ขมาโทษว่า ดูก่อนแม่ขอแม่ได้โปรดยกโทษให้แก่ลูกเถิด ขออย่าได้ถือ
โทษเลย. แม้มารดาก็รับหลานมาอุ้ม. ทั้งหมดต่างมีความปราโมทย์พากัน
กลับบ้านอยู่กันด้วยความสามัคคี แต่นั้นมา ด้วยประการฉะนี้.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสอภิสัมพุทธคาถานี้ว่า :-
นางกาติยานี ได้อยู่ร่วมเรือนกับลูกสะใภ้
ด้วยความบันเทิง ทั้งบุตรและหลานต่างช่วย
กันบำรุงเลี้ยง ก็เพราะท้าวสักกเทวราชทรง
อนุเคราะห์.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สา กาติยานี ความว่า ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย นางกัจจานี เป็นกัจจายนโคตร.
บทว่า เทวานมินฺเทน อธิคฺคหีตา ความว่า คนเหล่านั้น
อันท้าวสักกเทวราชผู้เป็นจอมเทวัน ทรงอนุเคราะห์แล้ว จึงอยู่ร่วมกัน
ด้วยความสมัครสมานสามัคคีด้วยอานุภาพของท้าวเธอ.