ย่อมเลือกเป็นพระทักขิไณยบุคคล บทว่า สุคตปฺปสฏฺํ ความว่า
ทานเห็นปานนี้ แม้พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ก็ทรงสรรเสริญ.
ใน ๒ อย่างนั้น เพื่อจะแสดงถึงการเลือกเฟ้นพระทักขิไณย-
บุคคล ท่านจึงกล่าวคำมีอาทิว่า เย ทกฺขิเณยฺยา ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทกฺขิเณยฺยา ได้แก่พระอริยบุคคล
ทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ผู้สมควรแก่ทักษิณา. บทว่า ปาณภูตานิ
ได้แก่ภูต กล่าวคือสัตว์ที่มีชีวิตทั้งหลาย. บทว่า อเหยนฺโต มีความ
กรุณาไม่เบียดเบียนสัตว์ให้เดือดร้อน ท่องเที่ยวไป. บทว่า ปรูปวาทา
ความว่า ไม่ทำบาปเพราะกลัวคนอื่นติเตียน. บทว่า ภีรุํ ได้แก่ผู้กลัว
การถูกติเตียน. บทว่า น หิ ตตฺถ สูรํ ความว่า ส่วนบุคคลใด
ไม่กลัวการติเตียนนั้น จึงกล้าทำบาปโดยอโยนิโสมนสิการ บัณฑิต
ทั้งหลายย่อมไม่สรรเสริญบุคคลนั้นเลย. บทว่า ภยา หิ ความว่า
เพราะว่าสัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมไม่ทำบาปเพราะกลัวเขาติเตียน. บทว่า
หีเนน พฺรหฺมจริเยน ความว่า จะกล่าวในลัทธิภายนอกพระศาสดา
ก่อน ผลเพียงเมถุนวิรัติและศีล ชื่อว่า พรหมจรรย์อย่างต่ำ. บุคคล
เกิดในขัตติยตระกูลด้วยอำนาจพรหมจรรย์อย่างต่ำนั้น. ผลเพียงอุปจาร-
ฌาน ชื่อว่า พรหมจรรย์อย่างกลาง บุคคลเกิดในเทวโลก ด้วย
พรหมจรรย์อย่างกลางนั้น. สมาบัติแปดเป็นพรหมจรรย์อย่างสูง บุคคล
ย่อมชื่อว่า บริสุทธิ์เข้าถึงพรหมโลกได้ด้วยพรหมจรรย์อย่างสูงนั้น.