โสเภณี. ลำดับนั้น หญิงนครโสเภณีเห็นเศรษฐีบุตรแล้วกล่าวว่า แน่ะ
ลูกเจ้า ท่านนำทรัพย์พันหนึ่งมาหรือเปล่า ? เศรษฐีบุตรกล่าวว่า น้องรัก
วันนี้เราล่วงเลยผิดเวลาไป เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้ไปบ้าน ส่งแต่คนใช้
ไป เราเข้ามานี่แต่คนเดียว แต่วันพรุ่งนี้เราจักให้ทรัพย์แก่เจ้าสองพัน.
นางคิดว่า ถ้าวันนี้เราให้โอกาส แม้วันอื่น ๆ ก็จักมามือเปล่าอีก เมื่อ
เป็นเช่นนี้เราก็จักเสื่อมจากทรัพย์ เราจักไม่ให้โอกาสแก่เขา. คิดดังนี้
แล้ว จึงกล่าวกะบุตรเศรษฐีว่า นาย พวกเราชื่อว่าเป็นวรรณทาสีซึ่งจะ
ให้เย้าหยอกเล่นเปล่า ๆ นั้นไม่มี ท่านจงนำทรัพย์พันหนึ่งมา. เศรษฐี
บุตรได้ขอร้องอยู่แล้ว ๆ เล่าๆ ว่า น้องรัก พรุ่งนี้เราจักนำมาให้ ๒ เท่า.
หญิงนครโสเภณีบังคับพวกทาสีว่า พวกเจ้าอย่าให้เศรษฐีนี้มายืนแลดู
อยู่ที่นี่ จงลากคอมันออกไปแล้วปิดประตูเสีย. พวกนางทาสีได้กระทำ
เช่นนั้น.
เศรษฐีนั้นคิดว่า เราได้ให้ทรัพย์แก่หญิงนี้ถึง ๘๐ โกฏิ แต่
พอนางเห็นเรามือเปล่าเข้าวันเดียว ก็ให้ลากคอเราออกไปเสีย โอ ! ขึ้น
ชื่อว่ามาตุคามเป็นผู้ลามก หมดละอาย อกตัญญู ประทุษร้ายมิตร
คิดดังนี้ ก็มองเห็นโทษของมาตุคามได้ จึงคลายความรักกลับได้ปฏิกูล
สัญญา เบื่อหน่ายแม้ฆราวาส คิดว่าการครองเรือน จะเป็นประโยชน์
อะไรแก่เรา เราจักออกบวชในวันนี้แหละ ไม่ไปเรือน และไม่เฝ้า
พระราชาอีกเลย ออกจากพระนครเข้าป่า บวชเป็นฤาษีสร้างอาศรมอยู่