Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 591

เล่ม มมร. 59 หน้า 591 ข้อ 1198
นางแล้วกล่าวว่า น้องหญิง บัดนี้เราไม่อาจจะไปกับเจ้า ก็คราวใด ของ สิ่งใดในโลกนี้ ไม่พึงมีพึงเป็น ของสิ่งนั้นจักมีจักเป็นได้ ของสิ่งนั้นจัก มีจักเป็นได้ คราวนั้นแหละ เราจะพึงไปกับเจ้า ดังนี้แล้วกล่าวคาถา ที่ ๑ ความว่า :- เมื่อใด แม่น้ำคงคาดารดาษด้วยดอกบัว ก็ดี นกดุเหว่าสีขาวเหมือนสังข์ก็ดี ต้นหว้า พึงให้ผลเป็นผลตาลก็ดี เมื่อนั้น เราทั้งสอง พึงอยู่ร่วมกันได้แน่. คาถานั้น มีอรรถาธิบายดังนี้ ดูก่อนนางผู้เจริญเมื่อใด แม่น้ำ มหาคงคา แม้ทั้งหมด มีกอโกมุทละความเป็นมหานทีมีกระแสไหลเชี่ยว เวียนวนไม่ไหวติง เหมือนสระโกมุท ดารดาษไปด้วยดอกโกมุทตั้งอยู่ ก็ดี นกดุเหว่าทั้งหมดมีสีขาวเหมือนสังข์ก็ดี อนึ่ง ต้นหว้าทั้งหมด ให้ ผลเป็นผลตาลก็ดี บทว่า อถ นูน ตทา สิยา มีอธิบายว่า เมื่อนั้น คือในเวลา นั้น แม้เราทั้ง ๒ จะพึงอยู่ร่วมกันได้แน่. ก็แล ครั้นพระฤาษีกล่าวอย่างนี้แล้ว เมื่อนางกล่าวอีกว่า เชิญ พระผู้เป็นเจ้ามาไปด้วยกันเถิด จึงกล่าวว่า เราจักไป เมื่อนางถามว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka