Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 623

เล่ม มมร. 59 หน้า 623 ข้อ 1225
คนพาล แลเมื่อสงฆ์แตกกันผู้อื่นแม้สักคนหนึ่ง ก็ไม่รู้เหตุนี้โดยยิ่งว่า สงฆ์แตกกันเพราะเหตุแห่งเรา. บทว่า ปริมุฏฺา คือ เป็นคนมีสติหลง ลืม. บทว่า ปณฺฑิตาภาสา ความว่า ชื่อว่าเป็นเช่นกับด้วยบัณฑิต เพราะสำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต ท่านอาเทศราอักษรให้เป็นรัสสะ ว่า วาจาโคจร ภาณิโน ดังนี้ อธิบายว่า มีวาจาเป็นอารมณ์ ไม่มีอริย- ธรรมมีสติปัฏฐานเป็นต้นเป็นอารมณ์ และเป็นคนช่างพูด คือช่างเจรจา ถ้อยคำ. บทว่า ยาวิจฺฉนฺติ มุขายามํ ความว่า ย่อมปรารถนาจะให้ เสียงออกจากปากอยู่เพียงใด ก็ยืนเขย่งเท้าพูดตะโกนออกไปเพียงนั้น อธิบายว่า แม้สักคนหนึ่งก็ไม่กระทำการหุบปากเพราะเคารพในสงฆ์ บทว่า เยน นีตา ความว่า เขาถูกการทะเลาะใด นำไปแล้วสู่ความเป็นผู้ ไม่มีความละอายนี้. บทว่า น ตํ วิทู ความว่า เขายังไม่รู้การทะเลาะ นั้นว่า การทะเลาะนี้มีโทษอย่างนี้. บทว่า เย จตํ อุปนยฺหนฺติ ความว่า ชนเหล่าใดเข้าไปผูกความโกรธนั้น คือที่มีอาการว่าคนโน้นได้ด่าเราดังนี้ เป็นต้น. บทว่า สนนฺตโน แปลว่า เป็นของเก่า. บทว่า ปเร เป็นต้น ความว่า คนที่ทำการทะเลาะกันนอกจากพวกบัณฑิต คือพวกอื่น ๆ นอก จากพวกบัณฑิตนั้น ชื่อว่า ปเร. ปเรชนเหล่านั้นก่อความวุ่นวายขึ้นใน ท่ามกลางสงฆ์นี้ ย่อมไม่รู้สึกว่าพวกเราจะพากันยุบยับ จะพากันย่อยยับ คือพวกเราจะพากันฉิบหาย ได้แก่พวกเราจะพากันไปสู่ที่ใกล้คือสู่สำนัก แห่งมัจจุราชเนือง ๆ. บทว่า เย จ ตตฺถ วิชานนฺติ ความว่า ส่วน ชนเหล่าใดในหมู่นั้นผู้เป็นบัณฑิต ย่อมรู้สึกได้ว่าพวกเราจะพากันไปสู่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka