Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 655

เล่ม มมร. 59 หน้า 655 ข้อ 1254
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยตฺถ เป็นต้น ความว่า เมื่อกิเลส เหล่าใดถึงการรึงรัดแล้ว ปัญญาก็ย่อมไม่ได้การหยั่งถึง คือการตั้งอยู่ เหมือนคนตกลงไปในห้วงน้ำใหญ่ ฉะนั้น. พระราชาได้ทรงสดับดังนั้น จึงตรัสคาถาที่ ๕ ว่า :- โยมได้ยกย่องท่านแล้วอย่างนี้ว่า หาริต- ดาบสเป็นพระอรหันต์ สมบูรณ์ด้วยศีล ประ- พฤติบริสุทธิ์ เป็นบัณฑิต มีปัญญาแท้. บรรดาบทเหล่านั้น สองบทว่า อิติ โน สมฺมโต ความว่า โยมได้ยกย่อง คือได้สรรเสริญท่านแล้วอย่างนี้. หาริตดาบสได้ฟังดังนั้นแล้ว ได้กล่าวคาถาที่ ๖ ต่อจากนั้นว่า :- ข้าแต่มหาบพิตร วิตกอันลามก เป็น ไปด้วยการยึดถือนิมิตรว่างาม ประกอบด้วย ความกำหนัด ย่อมเบียดเบียนแม้ผู้มีปัญญา ผู้ยินดี แล้วในคุณธรรมของฤาษี. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุภา คือ เป็นไปแล้วด้วยการยึดถือ นิมิตรว่างาม. ลำดับนั้น พระราชาเมื่อจะให้หาริตดาบสเกิดอุตสาหะในการ ละกิเลส จึงตรัสคาถาที่ ๗ ว่า :-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka