Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 667

เล่ม มมร. 59 หน้า 667 ข้อ 1264
แม่เถิด อย่าทำให้แม่ไม่มีที่พึ่งเลย เมื่อแม่ ไม่ได้เห็นลูกก็ต้องตายในวันนี้. ครั้นกล่าวแล้ว นางยักษิณีได้ทุบหน้าอกของตนเอง. ทันใดนั้น หทัยของนางได้แตกทำลาย เพราะความเศร้าโศกถึงบุตร. นางตายแล้ว ล้มลงไปในที่นั้นนั่นเอง. ขณะนั้นพระโพธิสัตว์ทราบว่ามารดาตาย จึง เรียกบิดาไปใกล้มารดาแล้วทำเชิงตะกอนเผาศพมารดา ครั้นเผาเสร็จ แล้วได้บูชาด้วยดอกไม้นานาชนิด พลางร้องไห้คร่ำครวญพาบิดาไปนคร พาราณสี ยืนอยู่ที่ประตูพระราชนิเวศน์ให้กราบทูลแด่พระเจ้าพาราณ- สีว่า มีมาณพผู้ฉลาดสังเกตรอยเท้ามายืนอยู่ที่พระทวารขอเข้าเฝ้า เมื่อ ได้รับเชื้อเชิญว่า ถ้าเช่นนั้นจงเข้ามาเถิด ได้เข้าไปถวายบังคมพระเจ้า พาราณสี เมื่อพระองค์ตรัสถามว่า นี่แน่ะเจ้า เจ้ารู้ศิลปวิทยาอะไร ? จึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ ข้าพระองค์รูวิชาที่สามารถไปตามรอยเท้า แล้วจับคนที่ลักสิ่งของไปแล้วนานถึง ๑๒ ปีได้. พระเจ้าพาราณสีตรัส ว่า ถ้าเช่นนั้นท่านจงรับราชการอยู่กับเรา. พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า เมื่อข้าพระองค์ได้รับพระราชทานทรัพย์วันละพัน จึงจะขอรับ ราชการ พระเจ้าพาราณสีตรัสว่า ดีแล้วพ่อ เจ้าจงรับราชการเถิด พระเจ้าพาราณสีรับสั่งให้พระราชทานทรัพย์วันละพันทุกวันแล้ว. อยู่มาวัน ๑ ปุโรหิตกราบทูลพระเจ้าพาราณสีว่า ข้าแต่พระ- มหาราชเจ้า. เราทั้หลายไม่รู้ว่ามาณพนั้นจะมีศิลปะนั้นหรือไม่มี เพราะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka