นิเวศน์ ๓ ครั้ง แล้วไปใกล้กำแพงตามรอยเท้านั่นแหละ ยืนบนกำแพง
แล้วกล่าวว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้าพ้นจากำแพงในที่นี้ไปแล้วรอยเท้า
ปรากฏในอากาศ ขอพระองค์จงพระราชทานบันได แล้วให้พาดบันได
ลงทางปลายกำแพง ไปศาลยุติธรรมตามรอยเท้านั้นแหละ แล้วเดิน
กลับมายังพระราชนิเวศน์อีก ให้พาดบันไดแล้วลงทางปลายกำแพงไป
สระโบกขณีเดินเวียนขวาสระโบกขรณี ๓ ครั้ง แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่
พระมหาราชเจ้า พวกโจรลงสระโบกขรณีนี้ แล้วลงไปนำสิ่งของซึ่งดุจ
ตนวางไว้เองมาถวายพระเจ้าพาราณสี แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระมหา-
ราชเจ้า โจร ๒ คนนี้เป็นมหาโจรที่พระองค์ทรงรู้จักดี จึงได้ขึ้นพระ-
ราชนิเวศน์ตามทางนี้ มหาชนพากันชื่นชมยินดีต่างก็ปรบมือกันยกให้
บางพวกก็ยกผ้าขึ้นโบก.
พระราชาทรงพระดำริว่า มาณพนี้เดินไปโดยสังเกตรอยเท้าเห็น
จะรู้แต่ตำแหน่งสิ่งของที่พวกโจรวางไว้เท่านั้น แต่ไม่อาจจับโจรได้ที่นั้น
พระราชาจึงได้ตรัสกะพระโพธิสัตว์ว่า เจ้านำสิ่งของที่พวกโจรลักไปมา
ให้เราได้ แต่ไม่อาจจับพวกโจรมาให้เราได้ พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า
ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พวกโจรอยู่ในที่นี้ แหละมิได้อยู่ไกลเลย พระราชา
มีพระดำรัสว่า ใครเป็นโจร ใครเป็นโจร ? พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า
ข้าแต่มหาราชเจ้า ผู้ใดย่อมอยากได้อยู่ผู้นั่นแหละเป็นโจร เมื่อได้สิ่งของ
ของพระองค์มาแล้ว จะประโยชน์อะไรด้วยพวกโจรอีกเล่า ขอพระองค์
อย่าได้ถามถึงเลย. พระราชามีรับสั่งว่า นี่แน่ะเจ้า เราให้ทรัพย์แก่เจ้า