Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 678

เล่ม มมร. 59 หน้า 678 ข้อ 1264
บนเตียง เอาผ้าเก่าคลุมข้างบน แล้วตนเองหนีเข้าถ้ำที่เร้นลับใกล้ป่าช้า นั้นแหละ ผัวเมีย ๒ คนนำไฟมาแล้วเผาซากศพด้วยเข้าใจว่า เป็นหญิง แก่ แล้วหลีกไป. ก็ครั้งนั้น ในถ้ำที่เร้นลับนั้น โจรคนหนึ่งเอาสิ่งของไปเก็บไว้ ก่อน โจรนั้นคิดว่า เราจักไปเอาสิ่งของนั้น จึงได้มาเห็นหญิงแก่เข้าใจ ว่าเป็นยักษิณีตน ๑ สิ่งของของเราเกิดมีอมนุษย์หวงแหนเสียแล้ว จึงได้ไปนำหมอผีมาคน ๑ ครั้นหมอผีเดินร่ายมนต์เข้าไปในถ้ำ หญิง แก่จึงกล่าวกะหมอผีนั้นว่า ฉันไม่ใช่ยักษิณีท่านจงมาเถิด เราทั้ง ๒ จะ บริโภคทรัพย์นี้ หมอผีพูดว่า เราจะเชื่อได้อย่างไร ? หญิงแก่พูดว่า ท่าน จงเอาลิ้นของท่านวางบนลิ้นของเรา หมอผีได้กระทำอย่างนั้น ทันใด นั้นหญิงแก่ได้กัดลิ้นของหมอผีขาดตกไป หมอผีมีโลหิตไหลจากลิ้น คิดว่า หญิงแก่นี้เป็นยักษิณีแน่จึงร้องวิ่งหนีไป ฝ่ายหญิงแก่นั้นครั้นวัน รุ่งขึ้น ก็นุ่งผ้าเนื้อเลี่ยนถือเอาสิ่งของคือรัตนะต่าง ๆ ไปเรือน ลำดับ นั้น หญิงลูกสะใภ้เห็นดังนั้นจึงถามว่า แม่จ๋า แม่ได้สิ่งของนี่ที่ไหน. หญิงแก่ตอบว่า ลูกคนที่ถูกเผาบนเชิงตะกอนไม้ในป่าช้านั้น ย่อมได้ ทรัพย์สิ่งของเห็นปานนี้ หญิงลูกสะใภ้ถามว่า แม่จ๋า ถ้าเช่นนั้นอย่างฉัน นี้อาจที่จะได้ไหม ? หญิงแก่ตอบว่า ถ้าจักเป็นอย่างเราก็จักได้ ครั้งนั้น ด้วยความโลภในสิ่งของเครื่องประดับ นางได้บอกแก่สามีแล้วให้เผาตน ในป่าช้านั้น. ครั้นในวันรุ่งขึ้นสามีไม่เห็นภรรยากลับมา จึงพูดกะมารดา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka