เกิดขึ้น ๑ เราพึงเป็นกลางอยู่เท่านั้น ๑ คิดดังนี้แล้ว เมื่อจะรับพร ๔ ประ-
การ เพื่อจะตัดความสงสัยของท้าวสักกะ จึงกล่าวคาถาที่ ๔ ว่า :-
ข้าแต่ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าภูตทั้งปวง
ถ้าจะโปรดประทานพระแก่ข้าพระองค์ ข้าพระ-
องค์ปรารถนาให้ความประพฤติของตน อย่าให้
มีความโกรธ อย่าให้มีโทสะ อย่าให้มีความ
โลภ อย่าให้มีความสิเนหา ขอได้ทรงโปรด
ประทานพร ๔ ประการนี้แก่ข้าพระองค์เถิด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วรญฺจ เม อโท สกฺก ความว่า
ถ้าพระองค์จะโปรดประทานพรแก่ข้าพระองค์ไซร้. บทว่า สุนิกฺโกธํ
คืออย่าให้มีความโกรธด้วยดี ด้วยสามารถแห่งการไม่โกรธตอบ. บทว่า
สุนิทฺโทสํ คือ อย่าให้มีโทสะด้วยดี ด้วยสามารถแห่งการไม่ประทุษ-
ร้ายตอบ. บทว่า นิลฺโลภํ คือ อย่าให้มีความโลภในสมบัติผู้อื่น. บทว่า
วุตฺติมตฺตโน ความว่า ข้าพระองค์ปรารถนาให้ความประพฤติของตนมี
ภาวะอย่างนี้. บทว่า นิเสฺนหํ ได้แก่ อย่าให้มีความสิเนหา คือ ให้
ปราศจากความโลภ แม้ในของของตน คือ ในบุตรและธิดาทั้งหลาย
ซึ่งมีวิญญาณ หรือในทรัพย์มีข้าวเปลือกเป็นต้น ซึ่งไม่มีวิญญาณ.
บทว่า อภิกงฺขามิ ความว่า ข้าพระองค์ปรารถนาให้ความประพฤติของ