Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 787

เล่ม มมร. 59 หน้า 787 ข้อ 1341
ลงอาบน้ำ ลำดับนั้น นักเลงคน ๑ เอากระต่ายนั้นวางไว้บนศีรษะ แล้วลงอาบน้ำ บุรุษชาวบ้านขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่เห็นกระต่าย จึงมองหา ข้างโน้นข้างนี้ นักเลงเห็นดังนั้นจึงถามบุรุษนั้นว่า มองหาอะไรท่านผู้ เจริญ. บุรุษชาวบ้านนั้นตอบว่า ข้าพเจ้าวางกระต่ายไว้ตรงนี้ แต่ไม่ เห็นกระต่ายนั้น. นักเลงจึงกล่าวว่า แน่ะอันธพาล ท่านไม่รู้ดอกหรือ ว่า ชื่อว่ากระต่ายทั้งหลาย ที่บุคคลวางไว้ที่ฝั่งแม่น้ำย่อมหนีไปได้ ท่าน ดูซิ ฉันยังต้องเอากระต่ายของตนวางไว้บนศีรษะอาบน้ำด้วยเลย. บุรุษ ชาวบ้านเข้าใจว่า จักเป็นอย่างนั้น เพราะความที่ตนเป็นผู้ไม่มีปฏิภาณ. จึงหลีกไป ในข้อนี้ พึงเล่าเรื่องที่เขารับเอาลูกเนื้อด้วยเงิน ๑ กหาปณะ ให้ลูกเนื้อนั้นอีก แล้วจึงรับเอาเนื้อ ซึ่งมีราคา ๒ กหาปณะ. บทว่า ทิสฺสติ โลภธมฺเมสุ ความว่า ข้าแต่ท้าวสักกะ บาป ธรรมทั้งหลายมีโลภะเป็นต้นเหล่านี้ มีปรากฏอยู่ในสภาวะคือความโลภ ทั้งหลาย คือ ในสัตว์ทั้งหลายถูกความโลภครอบงำแล้ว เพราะว่า สัตว์ทั้งหลายผู้ไม่โลภแล้ว. ย่อมไม่กระทำกรรมเห็นปานนี้ ความโลภมี โทษมากมายอย่างนี้ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ชอบใจความโลภ. บทว่า เสฺนหสงฺคนฺถิตา คนฺถา ความว่า กิเลสเครื่องร้อยรัด กายคืออภิชฌาทั้งหลาย ซึ่งเป็นไปอยู่ในอารมณ์ทั้งหลายมีประการต่าง ๆ ถูกสิเนหาอันมีความติดอยู่ในอารมณ์ทั้งหลายเป็นลักษณะร้อยรัดแล้ว คือสืบต่อแล้วด้วยสามารถแห่งการเกิดขึ้นบ่อย ๆ ดุจดอกไม้ทั้งหลายที่ เขาร้อยไว้ด้วยด้าย ฉะนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka