ท้าวเธอยิ่งทรงเลื่อมใสมากขึ้น เมื่อจะประทานพรอื่นอีก จึงตรัสพระ-
คาถานอกนี้ว่า :-
ดูก่อนท่านพราหมณ์ คำนั้นท่านกล่าว
ดีแล้ว เป็นสุภาษิตอันสมควร ข้าพเจ้าจะให้
พรแก่ท่าน ตามแต่ใจท่านปรารถนาเถิด.
แม้พระโพธิสัตว์ เมื่อจะแสดงธรรมแก่ท้าวสักกะโดยอ้างการรับ
พร จึงกล่าวคาถาสุดท้ายว่า :-
ข้าแต่ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าภูตทั้งปวง
ถ้าจะโปรดประทานพรแก่ข้าพระองค์ ขอใจ
หรือร่างกายของข้าพระองค์ อย่าเข้าไปกระทบ
กระทั่งใคร ๆ ในกาลไหน ๆ เลย ขอได้ทรง
โปรดประทานพรนี้เถิด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มโน วา ได้แก่ มโนทวาร. บทว่า
สรีรํ วา ได้แก่ กายทวาร. แม้วจีทวาร ก็พึงทราบว่า ท่านถือเอา
แล้วด้วยการถือเอาทวารเหล่านั้นเหมือนกัน. บทว่า มงฺกุเต คือ เพราะ
เหตุแห่งข้าพระองค์. บทว่า อุปหญฺเถ ได้แก่ อย่าเข้าไปกระทบ-
กระทั่ง คือ พึงเป็นทวารอันบริสุทธิ์แล้ว.