Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 828

เล่ม มมร. 59 หน้า 828 ข้อ 1379
ไฟที่ไม่มีเชื้อฉะนั้น ยศของผู้นั้นย่อมเต็ม เปี่ยม เหมือนพระจันทร์ข้างขึ้น ฉะนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น ปสฺสติ คือ ย่อมไม่เห็นแม้ กระทั่งประโยชน์ตน จะป่วยกล่าวไปใยถึงประโยชน์ผู้อื่น. บทว่า สาธุ ปสฺสติ ได้แก่ ย่อมเห็นประโยชน์ทั้ง ๒ คือประโยชน์ตน ประโยชน์ ผู้อื่นได้ดี. บทว่า ทุมฺเมธโคจโร คือ เป็นสถานที่รองรับของบุคคล ผู้ไร้ปัญญาทั้งหลาย. บทว่า ทุกฺขเมสโน คือ อยากได้ทุกข์ใส่ตัว. บทว่า สทตฺถํ ได้แก่ สิ่งที่เป็นประโยชน์ของตน คือความเจริญ ทั้งโดยอรรถและโดยธรรม. บทว่า ปรกฺกเร ได้แก่ ทำประโยชน์ ที่เกิดขึ้นแล้วอย่างไพบูลย์ให้เป็นของคนอื่น ท่านทั้งหลายจงนำออกไป อาตมภาพไม่ต้องการสิ่งนี้. บทว่า ส ภีมเสโน ความว่า เขาประกอบด้วยเสนาคือกิเลสหมู่ ใหญ่ที่จะให้ภัยเกิดขึ้น. บทว่า ปมทฺที คือ เพราะค่าที่ตนเป็นผู้มีเสนา คือกิเลสหนา จึงเป็นผู้สามารถที่จะจับสัตว์ทั้งหลายแม้เป็นอันมากมา ปราบปรามด้วยการกระทำให้อยู่ในอำนาจของตนได้. บทว่า น เม อมุญฺจิตฺถ ความว่า ไม่ได้หลุดพ้นไปจากสำนักของอาตมภาพ อีกอย่าง หนึ่ง ความว่า ไม่ตั้งอยู่ในหทัยของอาตมภาพ ดุจน้ำนมไม่ตั้งอยู่โดย ความเป็นนมส้ม เพียงชั่วครู่ฉะนั้น ดังนี้ก็มี. บทว่า กฏฺสฺมึ มตฺถมานสฺมึ ได้แก่ อัน บุคคลสีอยู่ด้วยไม้สีไฟ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka