Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 864

เล่ม มมร. 59 หน้า 864 ข้อ 1399
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ขมตสฺส คือ ขมตทสฺส ความว่า ขอพระองค์ได้โปรดอดโทษให้แก่อสัตบุรุษนี้เถิด. บทว่า ทุปฺปฏิอานยา คือ อันชีวิตของคนที่ตายอันใคร ๆ ไม่อาจที่จะนำกลับคืนมาได้. พระราชาได้ทรงสดับถ้อยคำของโปติกะแล้ว ก็ทรงยกโทษให้ สาขะ พระองค์ประสงค์จะพระราชทานตำแหน่งเสนาดีแก่นายโปติกะ แต่เขาไม่ประสงค์ ลำดับนั้น พระองค์จึงทรงพระราชทานตำแหน่งขุน คลัง เพิ่มอำนาจให้มีหน้าที่ตรวจตราราชการทั้งหมด ได้ยินว่า ฐานันดร เช่นนั้น แต่ก่อนไม่เคยมีเพิ่งมีขึ้นแต่นั้นมา ต่อมาท่านขุนคลังโปติกะ เจริญด้วยบุตรธิดา กล่าวสอนบุตรธิดาของตนด้วยคาถาสุดท้ายว่า :- ควรคบแต่ท่านนิโครธเท่านั้น ไม่ควร เข้าไปคบเจ้าสาขะอยู่ ตายเสียในสำนักท่าน นิโครธประเสริฐกว่า เป็นอยู่ในสำนักเจ้าสาขะ จะประเสริฐอะไร. พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนาเรื่องนี้มาแสดงแล้ว ตรัส ว่า ดูก่อน. ภิกษุทั้งหลาย แม้ในกาลก่อน พระเทวทัตก็เป็นคนอกตัญญู อย่างนี้แหละ แล้วทรงประชุมชาดกว่า สาขเสนาบดีในครั้งนั้นได้มา เป็นพระเทวทัตในบัดนี้ โปติกะขุนคลังในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระอานนท์ ในบัดนี้ ส่วนพระเจ้านิโครธราชในครั้งนั้น ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถานิโครธชาดกที่ ๗
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka