Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 59 หน้าที่ 924

เล่ม มมร. 59 หน้า 924 ข้อ 1452
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธมฺมํ ได้แก่ธรรมคือสุจริต ๓ ประการ. บทว่า สมุจฺฉกํ ความว่า แม้ผู้ใดเที่ยวไปขออาหารดิบแล สุกตามบ้านก็ตาม นำผลาผลมาแต่ป่าก็ตาม ผู้นั้นชื่อว่าประพฤติธรรม นั้นแล. บทว่า ทารญฺ จ โปสํ ความว่า อนึ่ง บุคคลผู้เลี้ยงบุตรและ ภรรยาของตน. บทว่า ททํ อปฺปกสฺมึ ความว่า แม้เมื่อไทยธรรม มีน้อย เมื่อเฉลี่ยให้แก่สมณะและพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรม ชื่อว่า ประพฤติอยู่ซึ่งธรรม. บทว่า สตสหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ ความว่า ยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์อื่นมาบูชาแก่คนที่ควรบูชาจำนวนพัน คือ เมื่อ อิสรชนตั้งแสนบูชาแก่คนที่ควรบูชาจำนวนพันอยู่. บทว่า กลฺลํปิ มาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต ความว่า อิสรภาพ นับตั้งแสนนั้น คือ ยัญที่บูชาแก่คนที่ควรบูชาจำนวนพัน ย่อมไม่ถึง เสี้ยวที่ ๑๖ แห่งผลทานของทุคคตมนุษย์ ผู้ยังไทยธรรมให้เกิดขึ้นโดย ธรรมสม่ำเสมอให้อยู่. ลำดับนั้น เศรษฐีได้กำหนดฟังถ้อยคำของปัญจสิขเทพบุตรแล้ว ที่นั้นเศรษฐีเมื่อจะถามถึงเหตุแห่งการบูชาอันไร้ผล กะปัญจสิขเทพบุตร นั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๙ ว่า :- เพราะเหตุไร ยัญนี้ก็ไพบูลย์มีค่ามาก จึงไม่เท่าค่าแห่งผลทานที่บุคคลให้โดยชอบ ธรรมเล่า ? ไฉนอิสรภาพนับด้วยแสนของผู้ ที่บูชามากมายหลายพันนั้น จึงไม่เท่าแม้ส่วน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka