เที่ยวไปในโลก จะเป็นที่รักของชาวโลกเช่น
ตัวเรา.
[๑๔๖๒] ผู้ใดไม่ฆ่าเอง ไม่ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า ไม่ทำ
ทรัพย์ให้เสื่อมเอง ไม่ใช้ผู้อื่นทำให้เสื่อม มี
เมตตาจิตในสัตว์ทั่วไป ผู้นั้นย่อมไม่มีเวรกับ
ใคร.
จบ จักกวากชาดกที่ ๑๓
อรรถกถาจักกวากชาดกที่ ๑๓
พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภ
ภิกษุเหลาะเเหละรูปหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้มีคำเริ่มต้นว่า วณฺณวา
อภิภูโปสิ ดังนี้.
ได้ยินว่า ภิกษุรูปนั้นไม่อิ่มด้วยปัจจัยมีจีวรเป็นต้น เที่ยวแสวง
หาอยู่ว่าสังฆภัตมีที่ไหน กิจนิมนต์มีที่ไหน เป็นต้น พอใจอยู่ใน
เรื่องอามิสเท่านั้น ครั้งนั้นภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักหวังจะอนุเคราะห์เธอ
จึงกราบทูลกะพระศาสดา พระศาสดารับสั่งให้เรียกภิกษุนั้นมาตรัสถาม
ว่า ดูก่อนภิกษุ ได้ยินว่าเธอเป็นผู้เหลาะแหละจริงหรือ ? เมื่อภิกษุนั้น
กราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้า จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุเธอบวชในศาสนา
ที่จะนำออกจากทุกข์เห็นปานนี้ เหตุไรจึงเป็นผู้เหลาะแหละ ขึ้นชื่อว่า