มหามตฺตา ความว่า ข้าแต่พี่ชาย หมู่มหาอำมาตย์ ผู้มีปัญญามาก คือ ผู้
ฉลาดในมนต์ทั้งหลาย และผู้บำรุงอันมีความคิดอ่านที่เหลือ ของหม่อมฉันมี
อยู่ หม่อมพี่ไม่ได้อาจารย์ผู้สมบูรณ์ด้วยความคิดเป็นบัณฑิต แต่อาจารย์
ของหม่อมฉันเป็นบัณฑิต ฉลาดในอุบาย ท่านเหล่านั้นเกี่ยวโยงหม่อมฉัน
ไว้ด้วยเศวตฉัตร. บทว่า พาราณสี ความว่า ข้าแต่พี่ จำเดิมแต่กาลที่
ยกฉัตรถวายแก่หม่อมฉันแล้ว ท่านพวกนั้น ต่างรู้ถึงมัจฉมังสาหารที่ควร
เคี้ยวกิน และน้ำดี ๆ ก็ควรดื่ม อันจะมีในพระนครพาราณสีว่า พระราชา
ของพวกเราทรงธรรม ฝนย่อมตกทุก ๆ กึ่งเดือน ข้าวกล้าต่าง ๆ ย่อมสมบูรณ์.
ด้วยอาการอย่างนี้ ชาวพระนครก็พากันอยู่กระทำพระนครพาราณสีให้มีมัจฉมัง-
สาหารและน้ำท่ามากมาย. บทว่า ผีตา ความว่า พวกพ่อค้าผู้ไม่ถูกประทุษ
ร้าย นำช้างแก้ว ม้าแก้ว และแก้วมุกดาเป็นต้นมาทำการค้า พากันมั่งคั่งร่ำ
รวยไปตามกัน. บทว่า เอวํ ชานาหิ ความว่า ข้าแต่พี่อุโปสถ ด้วยเหตุ
เหล่านี้ เพียงเท่านี้ หม่อมฉันถึงจะเป็นน้องสุดท้อง ก็ครอบงำพี่ทั้งหลายของ
หม่อมฉัน ถึงเศวตฉัตรได้ โปรดทรงทราบด้วยประการฉะนี้.
ครั้นพระอุโบสถกุมารทรงสดับพระคุณของพระองค์แล้ว ได้ตรัสพระ
คาถา ๒ คาถาว่า
ข้าแต่พระเจ้าสังวรราช ได้ยินว่า พระองค์ทรง
ครอบครองราชสมบัติแห่งหมู่พระญาติโดยธรรม พระ-
องค์เป็นผู้มีพระปรีชาด้วย เป็นบัณฑิตด้วย ทั้งทรงเกื้อ
กูลพระประยูรญาติด้วย.
ศัตรูทั้งหลายย่อมไม่เบียดเบียนพระองค์ ผู้แวด
ล้อมไปด้วยพระประยูรญาติ ทรงพร้อมมูลด้วยรัตนะ
ต่าง ๆ เหมือนจอมอสูรไม่เบียดเบียนพระอินทร์ฉะนั้น.