Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 139

เล่ม มมร. 60 หน้า 139 ข้อ 1636
จงพากันบันเทิง เกิดปีติโสมนัส. บทว่า อาปุตฺตปุตฺเตหิ ความว่า จง เบิกบานใจ ชั่วลูกชั่วหลานเถิด ในที่นี้ย่อมไม่มีภัยแก่พวกท่าน. เทพบุตรนั้น ปลอบโยนพวกเหล่านั้นด้วยคาถาสองคาถาเหล่านี้แล้วหลีกไป. ในเวลาที่ เทพบุตรนั้นกลับไปแล้ว ช่างไม้ที่เป็นพาลฟังถ้อยคำของเทพบุตร ผู้ดำรงใน ความไม่เชื่อถือ ก็ตักเตือนช่างพวกที่เหลือว่า ชาวเราเอ๋ย เชิญฟังคำของข้าพเจ้า แล้วกล่าวคาถาที่ ๕ ว่า เทพบุตรในทิศทักษิณนี้ ย่อมคัดค้านความเกษม สำราญ ถ้อยคำของเทพบุตรนั้นเป็นคำจริง เทพบุตร ในทิศอุดรไม่รู้แจ้งภัย ท่านทั้งหลายอย่ากลัวเลย จะ เศร้าโศกไปทำไม จงเบิกบานใจเถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทกฺขิณสฺสํ แปลว่า ในทิศทักษิณ. อีกอย่างหนึ่ง บาลีก็อย่างนี้เหมือนกัน. พวกช่างไม้ ๕๐๐ ผู้หมกมุ่นในรส ฟังคำนั้นแล้วเชื่อถือถ้อยคำของ ช่างไม้พาลชนนั้น. ฝ่ายช่างไม้บัณฑิตอีกคนหนึ่ง ไม่ยอมเชื่อถือถ้อยคำของ ช่างไม้นั้น เรียกช่างไม้เหล่านั้นมา ได้กล่าวคาถา ๔ คาถาว่า เทพยดาเหล่านี้ ย่อมกล่าวผิดกันอย่างไร เทวดา ตนหนึ่งกล่าวว่าจะมีภัย ตนหนึ่งกล่าวว่าปลอดภัย ดัง เราขอเตือน ท่านทั้งหลายจงฟังถ้อยคำของเราเถิด เรา ทั้งหมดอย่าฉิบหายเสียเร็วพลันเลย. เราทั้งปวง จงมาช่วยกันทำเรือใหญ่ให้มั่นคงติด เครื่องยนต์ไว้พร้อมสรรพ ถ้าเทพบุตรในทิศทักษิณ พูดจริง เทพบุตรในทิศอุดรก็พูดค้านเปล่า ๆ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka