Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 146

เล่ม มมร. 60 หน้า 146 ข้อ 1647 1648
[๑๖๔๗] ข้าพระบาทไม่ต้องการด้วยทรัพย์ร้อย ทรัพย์พันหรือทรัพย์หมื่น เมื่อข้าพระบาทกล่าวคาถา สุดท้าย ใจของข้าพระบาทไม่ยินดีในกาม. [๑๖๔๘] มาณพใดเป็นบัณฑิต กำหนดรู้ตัณหา อันยังความทุกข์ให้เกิดแล้ว นำออกได้ มาณพนี้เป็น คนดี เป็นมุนีผู้รู้แจ้งโลกทั้งปวง. จบกามชาดกที่ ๔ อรรถกถากามชาดก พระศาสดาเมื่อเสด็จประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรง พระปรารภพราหมณ์ผู้ใดผู้หนึ่ง ตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า กามํ กามย- มานสฺส ดังนี้. เรื่องมีว่า พราหมณ์ชาวเมืองสาวัตถีผู้หนึ่ง หักร้างป่าเพื่อต้องการทำ เป็นไร่ พระศาสดาทรงเห็นอุปนิสัยของเขา เมื่อเสด็จเข้าไปโปรดสัตว์ใน พระนครสาวัตถี ทรงแวะลงจากทาง กระทำปฏิสันถารกับเขา ตรัสว่า เธอทำ อะไรเล่าพราหมณ์ ครั้นกราบทูลว่า ข้าแด่พระโคดมผู้เจริญ ข้าพระองค์หักร้าง ที่ไร่พระเจ้าข้า ตรัสว่า ดีละพราหมณ์ กระทำการงานไปเถิด แล้วเสด็จเลยไป พระองค์ได้เสด็จไปทำปฏิสันถารกับเขาบ่อย ๆ คือในเวลาที่เขาขนต้นไม้ที่ตัด แล้วและชำระที่ไร่ ในเวลาก่อคัน ในเวลาหว่าน โดยอุบายอย่างนี้นั้นแล วันรุ่งขึ้นพราหมณ์นั้นกราบทูลว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ วันนี้เป็นมงคลใน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka