พระเจ้าข้า ธรรมดาสัตว์ทั้งหลายย่อมละร่างกายของตน เป็นต้น ตลอดถึง
สวิญญาณกทรัพย์ และอวิญญาณกทรัพย์ทั้งหมดไป แม้พระองค์จะยึดครองราช
สมบัติในพระนครทั้งสี่ได้ พระองค์ก็เสวยพระกระยาหารในสุวรรณภาชนะทั้งสี่
บรรทมเหนือพระที่ทั้งสี่ ทรงเครื่องประดับทั้งสี่พร้อมกันคราวเดียวไม่ได้ พระ-
องค์ไม่ควรตกอยู่ในอำนาจตัณหา เพราะตัณหานี้ เมื่อเจริญขึ้นย่อมไม่ปล่อยให้
พ้นจากอุบายทั้งสี่ไปได้. พระมหาสัตว์ ครั้นถวายโอวาทพระราชาดังนี้แล้ว
เมื่อจะแสดงธรรมแก่พระราชา ได้กล่าวคาถาทั้งหลายว่า
เมื่อบุคคลปรารถนากาม ถ้าสิ่งที่ปรารถนาของ
บุคคลนั้นย่อมสำเร็จได้ สัตว์ปรารถนาสิ่งใดได้สิ่งนั้น
แล้ว ย่อมมีใจอิ่มเอิบแท้.
เมื่อบุคคลปรารถนากาม ถ้าสิ่งที่ปรารถนาของ
บุคคลนั้น ย่อมสำเร็จได้ ครั้นสิ่งที่ปรารถนานั้นสำเร็จ
บุคคลยังปรารถนาต่อไปอีก ก็ย่อมได้ประสบกาม
ตัณหา เหมือนบุคคลที่ถูกลมแดดแผดเผาในฤดูร้อน
ย่อมจะเกิดความกระหายใคร่จะดื่มน้ำฉะนั้น.
ตัณหาก็ดี ความกระหายก็ดี ของคนพาลมี
ปัญญาน้อย ไม่รู้อะไร ย่อมเจริญยิ่งขึ้นทุกที เหมือน
เขาโคย่อมเจริญขึ้นตามตัวฉะนั้น.
แม้จะให้สมบัติ ข้าวสาลี ข้าวเหนียว โค ม้า
ข้าทาสหญิงชายหมดทั้งแผ่นดิน ก็ยังไม่พอแก่คน
คนเดียว รู้อย่างนี้แล้วพึงประพฤติธรรมสม่ำเสมอ.