ท่านจึงโอวาทว่า ถ้าท่านไม่อยากตกนรก ก็อย่ากระทำบาปกรรมเห็นปานนี้.
บทว่า ลุทฺโธ ความว่า ผู้ที่ฆ่าสัตว์เป็นทารุณสาหัส. บทว่า อนาริโย
ความว่า เป็นผู้ไม่ใช่พระอริยะ ไม่สำรวมเป็นคนทุศีล มีสมาจารต่ำช้า. บทว่า
นาวชานิสฺสํ ความว่า ข้าพเจ้ามิใช่เป็นผู้มีความประพฤติต่ำ ด้วยอำนาจ
ขันติ เมตตา และความเอ็นดู คำที่เหลือพึงทราบโดยนัยมีในก่อนนั่นแล.
บทว่า อนาปทาสุ ความว่า การคบหากับหญิงที่ไม่มีใครหวงแหน. ชื่อว่า
อนาปทา เพราะเป็นหญิงไม่มีใครหวงแหน. อธิบายว่า ในหญิงที่คนเหล่าอื่น
ไม่ทำความหวงแหน. บทว่า อุฏฺิเต แปลว่า ปรากฏ. บทว่า น ปุพฺเพ
ความว่า เมื่อก่อนแต่นี้เรามิได้ให้ทานเลย. บทว่า ปหุสนฺโต ความว่า
เป็นผู้อาจ คือสามารถเพื่อจะเลี้ยงดูทั้งด้วยกำลังทรัพย์ทั้งด้วยกำลังกาย.
บทว่า อาจริยํ ความว่า บิดาในที่นี้ท่านประสงค์ว่าอาจารย์ เพราะให้
ศึกษามารยาท. บทว่า อนุสตฺถารํ แปลว่า ผู้พร่ำสอน. บทว่า สพฺพกามรสา
หรํ ความว่า ผู้นำรสที่ต้องการทุกอย่างมาเลี้ยงดู. บทว่า อติมญฺิสฺสํ ความว่า
เมื่อไม่ถือเอาโอวาทของท่าน ชื่อว่าดูหมิ่นล่วงเกินท่าน. บทว่า น ปุพฺเพ ความ
ว่า เมื่อก่อนแต่นี้ ไม่ได้เข้าไปหาสมณพราหมณ์ผู้ทรงธรรม ผู้เป็นไข้ ผู้ลำบาก
ไม่ปรนนิบัติโดยถวายปัจจัยมีจีวรเป็นต้น. บทว่า ตโป ได้แก่ ผู้มีความเพียร
เครื่องเผากิเลสคือสุจริต. บทว่า สนฺโต ความว่า เป็นผู้มีศีลเข้าไปสงบ
ด้วยทวารมีกายทวารเป็นต้น. ท่านกล่าวอธิบายนี้ไว้ว่า ผู้ประพฤติตบะกล่าว
สุจริต ๓ และผู้สงบเห็นปานนั้น ชื่อว่าเข้าไปนั่งใกล้ เป็นการยังประโยชน์ให้
สำเร็จคือเป็นความดี. บทว่า น ปุพฺเพ ความว่า เมื่อคราวเราเป็นหนุ่มเรา
มิได้ประพฤติพรหมจรรย์เห็นปานนี้ ภายหลังคร่ำคร่าลงเพราะชรา ถูกมรณภัย