Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 383

<< | หน้าที่ 383 | >>
{๑๖๕๕} [๕๕] บุคคลย่อมเดือดร้อนในภายหลังอย่างนี้ว่า

เมื่อข้าวและน้ำปรากฏมีอยู่เป็นอันมาก

แต่เราก็ไม่ได้ให้ทานมาก่อน

{๑๖๕๖} [๕๖] บุคคลย่อมเดือดร้อนในภายหลังอย่างนี้ว่า

พ่อและแม่ผู้แก่เฒ่าชราพ้นวัยหนุ่มสาวไปแล้ว

เราสามารถจะเลี้ยงดูได้ แต่ก็หาได้เลี้ยงดูไม่

{๑๖๕๗} [๕๗] บุคคลย่อมเดือดร้อนในภายหลังอย่างนี้ว่า

บิดาผู้เป็นอาจารย์ตามพร่ำสอน

นำรสที่ต้องการทุกอย่างมาเลี้ยงดู

เราก็ดูหมิ่นเสีย

{๑๖๕๘} [๕๘] บุคคลย่อมเดือดร้อนในภายหลังอย่างนี้ว่า

สมณะและพราหมณ์ผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

เราก็มิได้เคยคบหามาก่อน

{๑๖๕๙} [๕๙] บุคคลย่อมเดือดร้อนในภายหลังอย่างนี้ว่า

ตบะที่บำเพ็ญแล้ว สัตบุรุษที่คนเข้าไปคบหาแล้วย่อมเป็นความดี

แต่เราหาได้บำเพ็ญตบะและคบหาสัตบุรุษมาก่อนไม่

{๑๖๖๐} [๖๐] ก็เหตุ ๑๐ ประการเหล่านี้ผู้ใดได้ปฏิบัติโดยถูกต้อง

ผู้นั้นชื่อว่าทำหน้าที่ของคน ย่อมไม่เดือดร้อนในภายหลัง

ชนสันธชาดกที่ ๕ จบ


๖. มหากัณหชาดก (๔๖๙)


ว่าด้วยคราวที่สุนัขดำกินคน


(พระราชาตรัสถามท้าวสักกะว่า)

{๑๖๖๑} [๖๑] สุนัขของท่านทั้งดำทั้งดุ แยกเขี้ยวขาววาววาม

ล่ามด้วยเชือก ๕ เส้น มันร้องทำไม


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka