Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 195

เล่ม มมร. 60 หน้า 195 ข้อ 1712
เป็นที่ทิ้งโจรให้ถึงความพินาศเสีย พระมหาสัตว์วิงวอนพระชนกว่า ข้าแต่ เสด็จพ่อ หม่อมฉันไม่มีความผิดถึงเพียงนี้เลย ขอพระองค์อย่าได้ทรงเชื่อ คำของผู้หญิงทำให้หม่อมฉันพินาศเลย พระราชามิได้ทรงเชื่อถ้อยคำของพระ- โพธิสัตว์ ลำดับนั้น นางสนมหมื่นหกพันพากันร้องให้เซ็งแซ่ว่า พ่อมหา ปทุมกุมาร พ่อได้รับกรรมอันนี้ ซึ่งไม่สมควรแก่ตนเลย พวกผู้ใหญ่ทั้งหมด มีกษัตริย์มหาศาลเป็นต้น ตลอดจนอำมาตย์ราชเสวกทั้งหลาย พากันกราบทูล ว่า ข้าแต่พระองค์ พระกุมารนี้สมบูรณ์ด้วยคุณคือศีลาจารวัตรเป็นรัชทายาท สืบสันตติวงศ์ ขอพระองค์อย่าได้ทรงเชื่อคำของผู้หญิง ไม่ทรงพิจารณาก่อน แล้วทำพระกุมารให้พินาศเสียเลย วิสัยพระราชา ต้องใคร่ครวญก่อนจึงกระทำ ลงไปแล้วกล่าวคาถา ๗ คาถาว่า พระราชาผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ไม่เห็นโทษของ ผู้อื่นว่าน้อยหรือมากโดยประการทั้งปวง ไม่พิจารณา ด้วยพระองค์เองก่อนแล้ว ไม่พึงลงอาชญา. กษัตริย์พระองค์ใด ยังไม่ทันพิจารณา แล้วทรง ลงพระราชอาญา กษัตริย์พระองค์นั้นชื่อว่า ย่อม กลืนกินพระกระยาหาร พร้อมด้วยหนาม เหมือนคน ตาบอดกลืนกินอาหารพร้อมด้วยแมลงวัน ฉะนั้น. กษัตริย์พระองค์ใด ทรงลงพระราชอาชญากับผู้ ไม่ควรจะลงพระอาญา กษัตริย์พระองค์นั้น เป็น เหมือนคนเดินทางไม่ราบเรียบ ไม่รู้ว่าทางเรียบหรือ ไม่เรียบ. กษัตริย์พระองค์ใด ทรงเห็นเหตุที่ควรลงพระ- ราชอาญา และไม่ควรพระราชอาชญา และทรงเห็น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka