Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 202

เล่ม มมร. 60 หน้า 202 ข้อ 1712
เพื่อทรงสดับความนั้นโดยพิสดาร. ด้วยบทว่า กามาหํ นี้ เรากล่าวกามคุณ ๕ ว่าเป็นเหมือนช้างและม้าที่เปื้อนเลือด. บทว่า จตฺตาหํ ตัดเป็น จตฺตํ อหํ ความว่าการสละทั้งหมดว่าเป็นการปลดออกในกาลใด ในกาลบัดนี้ ข้าพระ- องค์กล่าวการสละทั้งหมดว่าเป็นการปลดออก. พระมหาสัตว์ได้ถวายโอวาทแก่พระชนกว่า ข้าแต่พระมหาบพิตร กิจ ด้วยราชสมบัติไม่มีแก่อาตมา ขอพระองค์อย่ายังทศพิธราชธรรมให้กำเริบจงละ การลุอำนาจอคติเสีย ครองราชสมบัติโดยธรรมเถิด พระราชาทรงกันแสงคร่ำ ครวญเสด็จกลับพระนคร ในระหว่างทางได้ตรัสถามพวกอำมาตย์ว่า เราต้อง พลัดพรากจากบุตรที่สมบูรณ์ด้วยอาจารคุณเห็นปานนี้เพราะใคร พวกอำมาตย์ กราบทูลว่า เพราะพระอัครมเหสี พระเจ้าข้า พระราชามีรับสั่งให้จับพระ อัครมเหสีเอาพระบาทขึ้นเบื้องบนโยนลงไปในเหวทิ้งโจร แล้วทรงครองราช- สมบัติโดยธรรม. พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ในกาลก่อน นางจิญจมาณวิกานี้ก็ด่าเราแล้วถึงความ- พินาศมาแล้วอย่างนี้ ทรงประชุมชาดกด้วยคาถาสุดท้ายว่า พระราชมารดา (แม่เลี้ยง) ของเราคือ นาง- จิญจมาณวิกา พระราชบิดาของเราคือ พระเทวทัต พญานาคผู้บัณฑิตคืออานนท์ และเทวดา คือ พระ- สารีบุตร พระราชบุตรในกาลนั้นคือ เราตถาคต ท่านทั้งหลายจงจำชาดก ไว้อย่างนี้เถิด. จบอรรถกถามหาปทุมชาดก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka