บุคคลผู้สำคัญว่าที่เสมอ พึงตกบ่อ ถ้ำ เหว
หรือหลุม ที่มีรากไม้ผุฉันใด อนึ่ง บุคคลตาบอด
เมื่อสำคัญว่าเชือก พึงเหยียบงูเห่า พึงเหยียบไฟฉันใด
ข้าแต่ท่านผู้มีปัญญา ท่านทราบว่าข้าพเจ้าพลาดไปแล้ว
ฉันนั้น ขอจงให้มนต์แก่ข้าพเจ้า ผู้มีมนต์อันเสื่อม
แล้ว อีกสักครั้งหนึ่งเถิด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยถา สมํ ความว่า บุรุษสำคัญว่า ที่นี้เป็น
ที่สม่ำเสมอ พึงตกไปสู่บ่อ ถ้ำ เหว กล่าวคือที่พลาดจากพื้น หรือรากไม้ผุ.
บทว่า ปูติปาทํ ความว่า ต้นไม้ใหญ่ในหิมวันตประเทศแห้งตาย เมื่อราก
ทั้งหลายของต้นไม้ใหญ่นั้น เกิดเปื่อยเน่า ในที่นั้นย่อมเป็นบ่อใหญ่ นี้เป็น
สถานที่ชื่อของบ่อใหญ่นั้น. บทว่า โชติมธิฏฺเหยฺย ความว่า พึงเหยียบไฟ.
บทว่า เอวํปิ ความว่า แม้เราก็ฉันนั้น เป็นผู้บอดเพราะไม่มีจักษุคือปัญญา
ไม่รู้คุณวิเศษของท่าน พลั้งพลาดในท่าน ท่านรู้เรานั้นว่าเป็นผู้พลั้งพลาด.
บทว่า สปญฺา ความว่า ดูก่อนท่านผู้สมบูรณ์ด้วยญาณ จงให้มนต์แก่ข้าพเจ้า
ผู้เสื่อมมนต์อีก.
ลำดับนั้น อาจารย์กล่าวกะเขาว่า ดูก่อนพ่อ เจ้าพูดอะไร ธรรมดาว่า
คนบอด เมื่อมีผู้ให้สัญญาแล้ว ย่อมหลบหลีกบ่อเป็นต้นได้ เราเล่าก็บอกเจ้า
แล้วแต่แรกทีเดียว คราวนี้เจ้าจะมาหาเราเพื่อประโยชน์อะไรเล่า แล้วกล่าว
คาถาเหล่านี้ว่า
เราได้ให้มนต์แก่ท่านโดยธรรม ฝ่ายท่านก็ได้
เรียนมนต์โดยธรรม หากว่าท่านมีใจดีรักษาปกติไว้
มนต์ก็จะไม่พึงละทิ้งท่านผู้ตั้งอยู่ในธรรม.