เขาฟังคำของมันนั้นแล้ว เกิดโสมนัสว่า วันนี้เป็นวันดีจริงเทียวละ
ที่เราเข้าป่า สัตว์ดิรัจฉานบอกไม้อันเหมาะที่จะกระทำรถแก่เรา โอ ดีนัก
เมื่อจะถามจึงกล่าวคาถาที่ ๔ ว่า
ต้นตะคร้อนั้นใบเป็นอย่างไร อนึ่ง ลำต้นเป็น
อย่างไร ดูก่อนสหาย เราถามเจ้า ขอเจ้าจงบอกแก่เรา
เราจะรู้จักไม้ตะคร้อได้อย่างไร.
ลำดับนั้น หมีเมื่อจะบอกแก่เขา ได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า
กิ่งทั้งหลายแห่งต้นไม้ใด ย่อมห้อยลงด้วย ย่อม
น้อมลงด้วย แต่ไม่หัก ต้นไม้นั้นชื่อว่าต้นตะคร้อ
ที่เรายืนอยู่ใกล้โคนต้นนี่.
ต้นไม้นี้แหละ ชื่อว่าต้นตะคร้อ เป็นต้นไม้
ควรแก่การงานของท่านทุกอย่าง คือควรทำล้อ ดุม
งอนและกงรถ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อารานํ ความว่า หมีนั้นคิดว่าบางคราว
คนนี้จะไม่พึงถือเอาต้นไม้นี้ก็ได้ เราต้องบอกแม้ซึ่งคุณของต้นไม้นั้นไว้บ้าง
จึงได้กล่าวคำนี้ว่า ทำกำดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อีสานเนมิรถสฺสจ
ความว่า ต้นตะคร้อนี้ จักควรแก่การงาน คือจักเหมาะแก่การงานที่จะกระทำ
งอนรถ กงรถและเครื่องรถที่เหลือทุก ๆ อย่างของท่าน.
หมีนั้นครั้นบอกอย่างนี้แล้ว ดีใจ เดินเที่ยวไปเสียข้างหนึ่ง ช่างไม้เล่า
ก็เตรียมการที่จะตัดต้นไม้. รุกขเทวดาคิดว่าอะไร ๆ เราก็มิได้ให้ตกใส่บนตัวหมี
นั้นมันผูกอาฆาตในอันมิใช่เหตุเลย กำลังจะทำลายวิมานของเราเสีย และตัวเรา
ก็จักพลอยย่อยยับไปด้วย ต้องล้างผลาญไอ้หมีตัวนี้ด้วยอุบายอย่างหนึ่งให้ได้
จำแลงเป็นคนทำงานในป่า มาสู่สำนักของช่างไม้นั้น แล้วถามว่า บุรุษผู้เจริญ