ช่างไม้ฟังคำของรุกขเทวดา คิดว่า โอ้โอ วันนี้เป็นวันมงคลของเรา
ฆ่าหมี ตัดต้นไม้ แล้วหลีกไป.
พระศาสดาเมื่อจะประกาศเนื้อความนั้นจึงตรัสคาถาว่า
ไม้ตะคร้อฆ่าหมี และหมีก็ฆ่าไม้ตะคร้อ ต่างก็
ฆ่ากันและกัน ด้วยการวิวาทกัน ด้วยประการฉะนี้.
ในหมู่มนุษย์ ความวิวาทเกิดขึ้น ณ ที่ใด มนุษย์
ทั้งหลายในที่นั้นย่อมฟ้อนรำดังนกยูงรำแพนเหมือน
หมีและไม้ตะคร้อ ฉะนั้น.
เพราะเหตุนั้น อาตมภาพขอถวายพระพรแก่
บพิตรทั้งหลาย ขอความเจริญจงมีแก่บพิตรทั้งหลาย
เท่าที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นี้ ขอบพิตรทั้งหลายจง
ร่วมบันเทิงใจ อย่าวิวาทกัน อย่าเป็นดังหมีและไม้-
ตะคร้อเลย.
ขอบพิตรทั้งหลายจงศึกษาความสามัคคี ความ
สามัคคีนั้นแหละ พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงสรรเสริญ
แล้ว บุคคลผู้ยินดีในสามัคคีธรรม ตั้งอยู่ในธรรม
ย่อมไม่คลาดจากธรรม อันเป็นแดนเกษมจากโยคะ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อฆาตยุํ แปลว่า ต่างฝ่ายต่างฆ่ากัน.
บทว่า มยุรนจฺจํ นจฺจนฺติ ความว่า ดูก่อนมหาบพิตร บรรดามนุษย์ วิวาท
เกิดมีในที่ใด ฝูงคนในที่นั้นต่างก็จะร่ายรำ เหมือนนกยูงรำแพน กระทำที่ ๆ
ควรปกปิด คือที่ ๆ ลี้ลับให้ปรากฏ ฉันใด มนุษย์นั้นก็ฉันนั้น เมื่อประกาศ
โทษแห่งกันและกัน ชื่อว่าฟ้อนรำเหมือนการรำแพนแห่งนกยูง. บทว่า ตํ โว