Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 229

เล่ม มมร. 60 หน้า 229 ข้อ 1750
ช่างไม้ฟังคำของรุกขเทวดา คิดว่า โอ้โอ วันนี้เป็นวันมงคลของเรา ฆ่าหมี ตัดต้นไม้ แล้วหลีกไป. พระศาสดาเมื่อจะประกาศเนื้อความนั้นจึงตรัสคาถาว่า ไม้ตะคร้อฆ่าหมี และหมีก็ฆ่าไม้ตะคร้อ ต่างก็ ฆ่ากันและกัน ด้วยการวิวาทกัน ด้วยประการฉะนี้. ในหมู่มนุษย์ ความวิวาทเกิดขึ้น ณ ที่ใด มนุษย์ ทั้งหลายในที่นั้นย่อมฟ้อนรำดังนกยูงรำแพนเหมือน หมีและไม้ตะคร้อ ฉะนั้น. เพราะเหตุนั้น อาตมภาพขอถวายพระพรแก่ บพิตรทั้งหลาย ขอความเจริญจงมีแก่บพิตรทั้งหลาย เท่าที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นี้ ขอบพิตรทั้งหลายจง ร่วมบันเทิงใจ อย่าวิวาทกัน อย่าเป็นดังหมีและไม้- ตะคร้อเลย. ขอบพิตรทั้งหลายจงศึกษาความสามัคคี ความ สามัคคีนั้นแหละ พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงสรรเสริญ แล้ว บุคคลผู้ยินดีในสามัคคีธรรม ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรม อันเป็นแดนเกษมจากโยคะ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อฆาตยุํ แปลว่า ต่างฝ่ายต่างฆ่ากัน. บทว่า มยุรนจฺจํ นจฺจนฺติ ความว่า ดูก่อนมหาบพิตร บรรดามนุษย์ วิวาท เกิดมีในที่ใด ฝูงคนในที่นั้นต่างก็จะร่ายรำ เหมือนนกยูงรำแพน กระทำที่ ๆ ควรปกปิด คือที่ ๆ ลี้ลับให้ปรากฏ ฉันใด มนุษย์นั้นก็ฉันนั้น เมื่อประกาศ โทษแห่งกันและกัน ชื่อว่าฟ้อนรำเหมือนการรำแพนแห่งนกยูง. บทว่า ตํ โว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka