Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 260

เล่ม มมร. 60 หน้า 260 ข้อ 1789
ผู้ใดพึงเปลื้องทุกข์ของบุคคลผู้เกิดทุกข์ ได้ ส่วนเดียวโดยธรรม พึงบอกเล่าแก่ผู้นั้นได้โดยแท้. ข้าแต่พระราชา เสียงของสุนัขจิ้งจอกก็ดี ของ นกก็ดี รู้ได้ง่าย เสียงของมนุษย์รู้ได้ยากยิ่งกว่านั้น. อนึ่ง ผู้ใดเมื่อก่อนเป็นผู้ใจดี คนทั้งหลายนับถือ ว่าเป็นญาติ เป็นมิตรหรือเป็นสหาย ภายหลังผู้นั้น กลับกลายเป็นศัตรูไปได้ ใจของมนุษย์รู้ได้ยาก อย่างนี้. ผู้ใดถูกถามเนือง ๆ ถึงทุกข์ของตน ย่อมบอก ในกาลไม่ควร ผู้นั้นย่อมมีแต่มิตรผู้แสวงหาประโยชน์ แต่ไม่ยินดีร่วมทุกข์ด้วย. บุคคลรู้กาลอันควร และรู้จักบัณฑิตผู้มีปัญญา มีใจร่วมกันแล้ว พึงบอกความทุกข์ทั้งหลายแก่บุคคล ผู้เช่นนั้น นักปราชญ์พึงบอกความทุกข์ร้อนแก่บุคคล อื่น พึงเปล่งวาจาอ่อนหวานมีประโยชน์. อนึ่ง ถ้าบุคคลอดกลั้นความทุกข์ของตนไม่ได้ ก็พึงรู้ว่า ประเพณีของโลกนี้ จะมีเพื่อถึงความสุข สำหรับเราผู้เดียวไม่ได้ นักปราชญ์เมื่อเพ่งเล็งหิริและ โอตัปปะอันเป็นของจริง พึงอดกลั้นความทุกข์ร้อน ไว้ผู้เดียวเท่านั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปฺปชฺเช ความว่า ถ้าความทุกข์พึง เกิดขึ้นแก่พระองค์. บทว่า มา อกฺขาหิ แปลว่า จงอย่าบอก. บทว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka