Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 60 หน้าที่ 288

เล่ม มมร. 60 หน้า 288 ข้อ 1825
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตสฺมา ความว่า พระมหาสัตว์แสดงความ ที่ท่านมีอัธยาศัยในพระนิพพานอย่างนี้ว่า การแตกทำลายขันธ์บ่อย ๆ และการ ตายอย่างลุ่มหลง เป็นทุกข์ เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงปรารถนาพระนิพพาน อันเป็นธรรมชาติไม่มีเรื่องเหล่านั้น จึงยับยั้งอยู่ ณ ที่นี้. ท้าวสักกะสดับคำนั้นแล้ว ทรงมีพระหฤทัยยินดีว่า ข่าวว่า พระคุณเจ้า รูปนี้ เบื่อหน่ายในภพทั้งปวงแล้ว อยู่ในป่าเพื่อต้องการพระนิพพาน เราต้อง ถวายพระพรแก่ท่าน เมื่อจะเชิญท่านรับพร จึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้า กล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควร เป็นสุภาษิต โยมขอถวาย พรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยํกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ความว่า กระผม ขอถวายพรสุดแต่พระคุณเจ้าจะปรารถนาสิ่งใด ขอพระคุณเจ้าจงรับพรเถิด. พระมหาสัตว์เมื่อจะรับพร จึงกล่าวคาถาที่ ๔ ว่า ดูก่อนท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้า มหาบพิตรจะทรงประทานพรแก่อาตมภาพ ชน- ทั้งหลายได้บุตร ภรรยา ทรัพย์ ข้าวเปลือก และสิ่ง ของอันเป็นที่รักทั้งหลายแล้วยังไม่อิ่มด้วยความโลภใด ความโลภนั้นอย่าพึงมีในอาตมภาพเลย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วรญฺเจ เม อโท ความว่า ถ้ามหาบพิตร จะทรงประทานพรแก่อาตมภาพไซร้. บทว่า ปิยานิ จ ความว่า และสิ่งอื่นใด อันเป็นที่รัก. บทว่า อนุตปฺเปนฺติ ความว่า ชนทั้งหลายย่อมปรารถนา สมบัติมีบุตรเป็นต้นบ่อย ๆ ก็ยังไม่ถึงความอิ่ม. บทว่า น มยิ วเส ความว่า ขอความโลภจงอย่าอยู่ คืออย่าเกิดในอาตมภาพเลย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka